คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2080/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยที่ 2 รู้เห็นและมีเจตนาร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 จึงมีความผิดฐานเป็นตัวการในความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีน
ย่อคำพิพากษา
จำเลยที่ 2 พาสายลับไปพบจำเลยที่ 1 ซึ่งมีเฮโรอีนมาขายแล้วนั่งรถไปยังสถานที่นัดซื้อขายเฮโรอีนด้วยกัน และจำเลยที่ 2เป็นผู้ถือกระเป๋าใส่เฮโรอีนที่ขายลงจากรถส่งมอบให้ผู้ซื้อด้วยตนเอง แม้จะมีจำเลยที่ 1 อยู่ด้วยก็ตาม แต่เมื่อจำเลยที่ 2 รู้เห็นและมีเจตนาร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงมีความผิดฐานเป็นตัวการในความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายเฮโรอีน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.7 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๔ เวลากลางวัน จำเลยทั้งสามได้กระทำผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกระทงต่างกรรมกัน กล่าวคือจำเลยทั้งสามบังอาจร่วมกันมีเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ อันเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ จำนวน ๑ ถุง คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์หนัก ๓๕๐ กรัม ราคา ๕๒,๕๐๐ บาท ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยมิได้รับอนุญาต ฯ และจำเลยทั้งสามบังอาจร่วมกันจำหน่ายเฮโรอีนดังกล่าวให้แก่ผู้มีชื่อ เป็นเงิน ๖๘,๐๐๐ บาท โดยมิได้รับอนุญาต ฯ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒....ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ และขอให้ริบของกลาง
จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ
จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ มีความผิดฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีน แต่เป็นการกระทำผิดกรรมเดียวกัน ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ตลอดชีวิต จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้ ๒๕ ปีของกลางริบ ส่วนจำเลยที่ ๓ ให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ ๒ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พฤติการณ์ที่จำเลยที่ ๒ พาสายลับคนที่ ๑ ไปพบจำเลยที่ ๑ ซึ่งมีเฮโรอีนมาขาย แล้วนั่งรถไปยังสถานที่ทำการซื้อขายเฮโรอีนด้วยกัน ทั้งจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ถือกระเป๋าเฮโรอีนที่จะนำไปขายลงจากรถของสายลับคนที่ ๑ แล้วส่งมอบให้สายลับคนที่ ๒ ด้วยตนเอง แสดงว่าจำเลยที่ ๒ ได้รู้เห็นและมีเจตนาร่วมกับจำเลยที่ ๑ ในการมีเฮโรอีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเฮโรอีนนั้นด้วยมาแต่ต้น แม้หากจะฟังว่าจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ซื้อเฮโรอีนของกลางมาจากภาคเหนือแต่ผู้เดียวดังจำเลยที่ ๒ อ้าง และขณะจำเลยที่ ๒ ถือเฮโรอีนลงจากรถยนต์ของสายลับมีจำเลยที่ ๑ อยู่ด้วยก็ตาม แต่เมื่อจำเลยที่ ๒มีเจตนาร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ได้กระทำการอันเป็นส่วนหนึ่งแห่งการมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีนนั้นแก่สายลับแล้วจำเลยที่ ๒ ก็ต้องมีความผิดฐานเป็นตัวการในความผิดดังกล่าวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2080/2526
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายอนุสิทธิ์ หรืออนุศิษย์ เมืองสุวรรณ ที่ 1 นายวิสูตรหรือวิสุทธ์ สุนทรพิณทุ
หรือสุทธะพินธุ ที่ 2 นางรำพันหรือ รำพรรณ ฟูแสง ที่ 3 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · สุนทรพิณทุ - นายอนุสิทธิ์ หรืออนุศิษย์ เมืองสุวรรณ ที่ 1 นายวิสูตรหรือวิสุทธ์ · จำเลย - หรือสุทธะพินธุ ที่ 2 นางรำพันหรือ รำพรรณ ฟูแสง ที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ประสาท บุณยรังษี · ชูเชิด รักตะบุตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายปราโมทย์ ชพานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจรัส อุดมวรชาติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา