⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2273/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2273/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การกำหนดค่าปรับตามสัญญาค้ำประกันแต่ละฉบับ หากไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ในแต่ละฉบับ ถือว่าทุนทรัพย์ในคดีแยกออกตามสัญญาแต่ละฉบับ และต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามกฎหมาย * ผู้บังคับบัญชาในตำแหน่งที่กฎหมายกำหนดให้ทำสัญญาประกันได้ มีอำนาจฟ้องร้องบังคับคดีตามสัญญาประกันนั้นได้ * การผิดสัญญาค้ำประกันทำให้ผู้ค้ำประกันต้องชำระเบี้ยปรับตามที่ตกลงไว้ในสัญญา โดยไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ความเสียหาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยเรียกเบี้ยปรับตามสัญญาค้ำประกันคนต่างด้าว 5 ราย โดยจำเลยทำสัญญาค้ำประกันเป็นรายฉบับรวม 5 ฉบับ สำหรับลูกประกันแต่ละรายหากจำเลยผิดสัญญายอมให้ปรับรายละ 20,000 บาท ทุนทรัพย์ในคดีจึงแยกออกตามสัญญาค้ำประกันแต่ละฉบับ แม้จะปรับรวมกันมา ก็ถือว่ากำหนดค่าปรับภายในวงเงินตามสัญญาค้ำประกันแต่ละฉบับไม่เกินฉบับละ 20,000 บาท คดีจึงต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งรับอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงและศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยให้ ถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ได้ว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในชั้นอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 แม้จำเลยจะฎีกาในข้อเท็จจริงดังกล่าวต่อมา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย จำเลยทำสัญญาค้ำประกันคนต่างด้าวซึ่งเดินทางเข้ามาในประเทศไทยต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองกรุงเทพซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา โดยตำแหน่งหน้าที่ราชการอันกฎหมายกำหนดไว้ให้ทำสัญญาประกันได้ เมื่อจำเลยผิดสัญญาผู้บังคับการกองตรวจคนเข้าเมืองจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยในฐานะเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่โดยใช้ชื่อตำแหน่งของตนได้ จำเลยสัญญาแก่โจทก์ว่า หากผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่งยอมให้โจทก์ปรับเป็นเงิน 20,000 บาท จึงมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ เมื่อจำเลยผิดสัญญาจำเลยก็ต้องชำระเบี้ยปรับแก่โจทก์ตามสัญญา จะอ้างว่าโจทก์ไม่ได้รับความเสียหายมิได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.379 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.380 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.381 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.383 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2493 ม.24 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ม.19

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ มีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๔๙๓ จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดมีวัตถุประสงค์รับค้ำประกันคนต่างด้าวซึ่งเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร จำเลยได้ทำสัญญาค้ำประกันตัวคนต่างด้าวประเภทคนเดินทางผ่านรวม ๕ คน ไว้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองกรุงเทพซึ่งสัญญามีข้อความว่าจำเลยจะจัดการให้ลูกประกันของจำเลยปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองหรือตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทุกประการ ถ้าลูกประกันจะเดินทางไปนอกราชอาณาจักร จำเลยจะนำลูกประกันมารายงานตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองก่อนจะเดินทางออกไป ถ้าผิดสัญญาจำเลยยอมให้ปรับสัญญาละ ๒๐,๐๐๐ บาท ปรากฏว่าคนต่างด้าว ๔ คน ที่จำเลยค้ำประกันไม่มีหลักฐานว่าได้เดินทางออกไปจากประเทศไทย อีกคนหนึ่งอยู่เกินกำหนดที่ได้รับอนุญาต จำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันได้กระทำผิดสัญญาค้ำประกันที่ให้ไว้ โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอบังคับให้จำเลยชำระค่าปรับสัญญาละ ๒๐,๐๐๐ บาท รวม ๑๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การรับว่า ได้ทำสัญญาค้ำประกันดังกล่าวจริง แต่มิได้ทำกับโจทก์ โจทก์จำเลยไม่มีนิติสัมพันธ์ต่อกัน โจทก์มิได้รับมอบอำนาจจากผู้ที่ลงนามในสัญญาค้ำประกันกับจำเลยให้ฟ้องคดีนี้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยไม่ผิดสัญญาค้ำประกัน ลูกประกันคนหนึ่งที่อยู่เกินกำหนดก็เพราะได้รับการผ่อนผันจากทางราชการหากโจทก์ได้รับความเสียหายก็ไม่เกินรายละ ๑๐๐ บาท โจทก์ชอบจะเรียกร้องจากลูกประกันของจำเลยก่อน ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้แม้โจทก์ฟ้องกำหนดทุนทรัพย์มา ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่ตามฟ้องปรากฏว่าจำเลยทำสัญญาค้ำประกันคนต่างด้าว ๕ ราย ซึ่งเรียกว่าลูกประกันโดยแยกทำสัญญาค้ำประกันเป็นรายฉบับรวม ๕ ฉบับสำหรับลูกประกันแต่ละราย มีข้อสัญญาว่าถ้าจำเลยผิดสัญญาแต่ละรายยอมให้ปรับรายละ ๒๐,๐๐๐ บาท ดังนั้นทุนทรัพย์ในคดีนี้จึงแยกตามสัญญาค้ำประกันแต่ละฉบับ คือ ฉบับละ ๒๐,๐๐๐ บาท แม้จะปรับรวมกันมาก็ยังถือว่ากำหนดค่าปรับภายในวงเงินตามสัญญาค้ำประกันแต่ละฉบับ ไม่เกินฉบับละ ๒๐,๐๐๐ บาท กรณีจึงห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๔ ข้อที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยมิได้ผิดสัญญาและจำเลยมิได้ละเลยจัดการให้ลูกประกันปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ทั้งลูกประกันของจำเลยก็ได้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรหมดแล้ว รวมทั้งฎีกาขอให้ศาลฎีกาลดหรืองดค่าปรับแก่จำเลยด้วยล้วนเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์มาแต่ชั้นอุทธรณ์ แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งรับอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงและศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยให้ ถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ได้ว่ากันมาแล้วโดยชอบในชั้นอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้ ที่จำเลยฎีกาข้อกฎหมายว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า กรณีเรื่องนี้เกิดเนื่องจากสัญญาที่จำเลยได้กระทำไว้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา และไม่มีปัญหาว่าพนักงานเจ้าหน้าที่นั้นได้กระทำแทนหน่วยราชการต่างหากจากตัวบุคคลธรรมดา พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเป็นบุคคลธรรมดาโดยตำแหน่งหน้าที่ราชการอันกฎหมายกำหนดให้ทำสัญญาประกันได้ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง ฉะนั้นย่อมมีอำนาจที่จะต้องขอให้บังคับตามสัญญานั้นได้ กรณีเป็นเรื่องบุคคลธรรมดาในฐานะที่เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จะพึงฟ้องความโดยใช้ชื่อแห่งตำแหน่งของตน ซึ่งย่อมจะทำได้ตามอำนาจแห่งตำแหน่งหน้าที่ โดยนัยนี้ตำแหน่งพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองกรุงเทพจึงไม่แตกต่างอะไรไปจากตำแหน่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหรือนครบาล หรือตำแหน่งพนักงานอัยการจังหวัดหรือตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด พลตำรวจตรีอนันต์ เดชรังสี ฟ้องคดีในฐานะเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่โดยใช้ชื่อตำแหน่งของตนย่อมกระทำได้ตามอำนาจและหน้าที่ราชการของตน โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ที่จำเลยฎีกาว่า หากถือว่าจำเลยผิดสัญญา โจทก์ก็ไม่มีสิทธิปรับจำเลยเพราะโจทก์ไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีเป็นเรื่องจำเลยสัญญาแก่โจทก์ว่าถึงจำเลยผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่งจำเลยยอมให้โจทก์ปรับจำเลยเป็นเงินรายละ ๒๐,๐๐๐ บาท อันมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ เมื่อฟังว่าจำเลยผิดสัญญาจำเลยก็ต้องชำระเบี้ยปรับให้แก่โจทก์ตามข้อสัญญา จะอ้างว่าโจทก์ไม่ได้รับความเสียหายย่อมฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2273/2526 พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองกรุงเทพ โดยพลตำรวจตรีอนันต์ เดชรังสี ผู้บังคับการกองตรวจคนเข้าเมือง โจทก์ บริษัทโรงสีไฟจีนเสง จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความเดชรังสี - พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองกรุงเทพ โดยพลตำรวจตรีอนันต์ · โจทก์ - ผู้บังคับการกองตรวจคนเข้าเมือง · จำเลย - บริษัทโรงสีไฟจีนเสง จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทิน เลิศวิรุฬห์ · เริ่ม ธรรมดุษฎี · อำนวย อินทุภูติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเสียง ตรีวิมล · ศาลอุทธรณ์ - นายประมาณ ชันซื่อ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7158/2538ฎีกา 5692/2538ฎีกา 591/2531ฎีกา 681/2506ฎีกา 770/2535ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 3616/2558ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 8680/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา