⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2542/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2542/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่รถแล่นสวนกันบริเวณทางโค้งและฝ่ายหนึ่งแล่นล้ำเส้นกึ่งกลางถนน ถือเป็นความประมาทของผู้ขับขี่ฝ่ายนั้นเป็นสำคัญ 2. ผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บหรือทายาทของผู้โดยสารที่เสียชีวิต มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้กระทำละเมิดโดยตรงได้

ย่อคำพิพากษา

ขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางคืน รถของโจทก์และรถของจำเลยต่างแล่นเร็วจะสวนกันบริเวณทางโค้งโดยรถของโจทก์อยู่โค้งด้านนอก แต่รถของโจทก์แล่นล้ำเส้นกึ่งกลางถนนเข้าไปชนกับรถของจำเลย ซึ่งแล่นอยู่ในเส้นทางของตนโดยเปิดไฟหน้าซ้ายข้างเดียว ถือได้ว่าเหตุที่รถขนกันเป็นเพราะความประมาทของผู้ขับรถทั้งสองฝ่ายโดยคนขับรถของโจทก์เป็นฝ่ายที่ก่อให้เกิดความประมาทมากกว่า ค่าเสียหายของโจทก์จึงตกเป็นพับ ผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บและทายาทของผู้โดยสารที่เสียชีวิต มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากฝ่ายโจทก์ผู้กระทำละเมิดโดยตรง การที่จำเลยจ่ายเสียหายไปโดยไม่มีกฎหมายให้สิทธิที่จะเรียกคืนจากผู้กระทำละเมิด จำเลยจึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายที่จ่ายไปเองจากโจทก์ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.223 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.226 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.227 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.442 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.634

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบกิจการเดินรถโดยสารประจำทาง เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๑๗ เวลาประมาณ ๑๙.๓๐ นาฬิกา นายบุญช่วย มั่นโพนทอง ลูกจ้างของจำเลยได้ขับรถโดยสารด้วยความประมาท โดยขับรถเร็วกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดและขับล้ำเส้นแบ่งกึ่งกลางถนนชนรถโดยสารของโจทก์ซึ่งแล่นสวนทางมา เป็นเหตุให้มีคนตาย และบาดเจ็บ รถของโจทก์เสียหายและโจทก์ต้องขาดผลประโยชน์ในการใช้รถรับส่งคนโดยสารขอเรียกค่าเสียหายเป็นเงินทั้งสิ้น ๒๐๗,๔๔๓ บาท ๔๕ สตางค์ พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม เหตุรถชนกันเกิดขึ้นเพราะความประมาทของคนขับรถของโจทก์ โดยรถของโจทก์แล่นเร็วและล้ำเส้นเข้าไปในเส้นทางเดินรถของจำเลย รถของจำเลยเสียหายและจำเลยขาดผลประโยชน์ในการใช้รถ กับจำเลยได้จ่ายเงินให้แก่ผู้โดยสารที่บาดเจ็บและตาย ขอเรียกค่าเสียหายจากโจทก์เป็นเงินทั้งสิ้น ๒๘๗,๓๗๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย โจทก์ให้การฟ้องแย้งว่า คนขับรถของจำเลยเป็นฝ่ายประมาท ค่าเสียหายของรถจำเลยมีจำนวนไม่ถึงตามคำให้การและฟ้องแย้ง เงินที่จำเลยจ่ายแก่ผู้โดยสารที่บาดเจ็บหรือตายนั้น โจทก์ไม่รู้เห็นด้วย จำเลยไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องเอาจากโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์และยกฟ้องแย้งจำเลย โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า รถของทั้งสองฝ่ายต่างขับรถผ่านทางโค้งด้วยความเร็วโดยรถของโจทก์แล่นล้ำเส้นกึ่งกลางถนน ส่วนรถของจำเลยแล่นอยู่ในเส้นทางของตนแต่เปิดไฟหน้าซ้ายข้างเดียว เป็นเหตุให้รถทั้งสองคันชนกัน แล้ววินิจฉัยว่าถือได้ว่าเหตุที่รถทั้งสองคันชนกันเป็นเพราะความประมาทของผู้ขับรถทั้งสองฝ่าย และแม้รถของจำเลยจะเปิดไฟหน้าข้างซ้านเพียงดวงเดียวทำให้คนขับรถของโจทก์เข้าใจผิดว่าเป็นรถจักรยานยนต์ขับสวนมาจึงหักหลบไม่ทัน แต่หากคนขับรถของโจทก์ใช้ความระมัดระวังขับรถผ่านทางโค้งในเส้นทางของตนแล้ว เหตุชนกันก็จะไม่เกิดขึ้น ต้องถือว่าโจทก์เป็นฝ่ายที่ก่อให้เกิดความประมาทมากกว่า ค่าเสียหายของโจทก์จึงต้องตกเป็นพับจะเรียกร้องจากจำเลยไม่ได้ ส่วนค่าเสียหายของฝ่ายจำเลยนั้นให้โจทก์รับผิดสองในสามส่วน ''''''''''''''''''''' สำหรับค่าเสียหายซึ่งจำเลยจ่ายแก่ผู้โดยสารที่บาดเจ็บและถึงแก่ความตายนั้น กรณีเป็นเรื่องผู้ขับรถยนต์โดยสารของโจทก์กระทำละเมิดต่อผู้โดยสารโดยตรงผู้ที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจึงได้แก่ผู้ที่ถูกกระทำละเมิด คือผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บและทายาทของผู้โดยสารที่เสียชีวิต ไม่มีกฎหมายให้สิทธิแก่ผู้จ่ายค่าเสียหายให้แก่ผู้ถูกละเมิดที่จะเรียกค่าเสียหายนั้นคืนจากผู้กระทำละเมิด ไม่ว่าจะพิจารณาในแง่ของการรับช่วงสิทธิหรือในแง่ของสิทธิรับขน ค่าเสียหายส่วนนี้จำเลยไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องเอากับโจทก์ ส่วนค่าเสียหายสำหรับรถโดยสารของจำเลยจะต้องคิดค่าเสื่อมราคาในอัตราร้อยละ ๑๐ อย่างเดียวกับที่โจทก์นำสืบ จำเลยซื้อรถมาราคา ๑๕๐,๐๐๐ บาท ใช้มาแล้ว ๒ ปี จึงมีราคา ๑๒๐,๐๐๐ บาท หักเงินที่ขายซากรถเป็นจำนวน ๕,๐๐๐ บาทออกเหลือราคารถ ๑๑๕,๐๐๐ บาท สำหรับเงินค่าขาดผลประโยชน์คิดให้ตามฟ้องแย้งเป็นเงิน ๖๓,๔๐๐ บาท รวมเป็นค่าเสียหายของจำเลยทั้งสิ้น ๑๗๘,๔๐๐ บาท โจทก์ต้องรับผิดสองในสามส่วน จึงต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยเป็นเงิน ๑๑๘,๙๓๓ บาท พิพากษาแก้ ให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยเป็นเงิน ๑๑๘,๙๓๓ บาท ให้โจทก์ใช้ค่าธรรมเนียมเท่าที่ชนะทั้งสามศาลแก่จำเลย ค่าทนายความให้เป็นพับนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2542/2526 บริษัทขนส่ง จำกัด โจทก์ บริษัทศรีนครลพบุรี จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทขนส่ง จำกัด · จำเลย - บริษัทศรีนครลพบุรี จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูเชิด รักตะบุตร์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ประสาท บุณยรังษี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลพบุรี - นายพิชัย พานิชสุข · ศาลอุทธรณ์ - นายวรา ไวยหงษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 8137/2538ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1951/2519ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา