คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2588/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาคดีอาญาที่วินิจฉัยเกี่ยวกับทรัพย์สินใดๆ ย่อมผูกพันคู่ความในคดีนั้น และศาลในคดีแพ่งที่เกี่ยวกับทรัพย์สินดังกล่าวต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา
ย่อคำพิพากษา
ผู้ร้องสอดเคยเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง ส. ในข้อหาลักทรัพย์ ฉ้อโกงทรัพย์ ซึ่งคดีดังกล่าวศาลฎีกาได้วินิจฉัยเกี่ยวกับเงินของกลางไว้ว่ามิใช่เงินของผู้ร้องสอด คำพิพากษาฎีกาดังกล่าวจึงผูกพันผู้ร้องสอดซึ่งเป็นโจทก์ร่วมการพิพากษาคดีแพ่งอันเกี่ยวกับเงินจำนวนดังกล่าว ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา จึงต้องฟังว่ามิใช่เงินของผู้ร้องสอด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ยึดเงินของโจทก์ที่มอบให้นายสมบูรณ์นำไปเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารกสิกรไทย จำกัด โดยไม่สอบสวนให้แน่ชัดว่าเงินดังกล่าวของโจทก์เป็นเงินของกลางในคดีอาญาที่นายสมบูรณ์ถูกฟ้องเป็นจำเลยหรือไม่ ซึ่งคดีดังกล่าวศาลฎีกาพิพากษาคดีถึงที่สุดให้ยกฟ้อง โดยวินิจฉัยว่าไม่ใช่เงินของธนาคารกสิกรไทย จำกัด เงินดังกล่าวจึงต้องเป็นของโจทก์ แต่จำเลยไม่ยอมคืนให้ จึงขอให้พิพากษาและบังคับ
จำเลยให้การว่า เงินที่โจทก์กล่าวในฟ้องเป็นเงินส่วนหนึ่งของเงินตามเช็คที่นายสมบูรณ์ลักไปแล้วสมคบกับพวกเบิกเงินสดจากธนาคารกสิกรไทย จำกัด เป็นเงินของกลางที่จำเลยเก็บรักษาไว้ตามหน้าที่ จำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ขอให้ยกฟ้อง
บริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด ยื่นคำร้องว่า เงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินของผู้ร้อง จึงขอเข้าร่วมเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องหัวหน้าพนักงานสอบสวน เป็นการระบุตำแหน่งไม่ระบุตัวบุคคล ตำแหน่งราชการมิใช่บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล จึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนเงินของกลางมิใช่เงินของผู้ร้องสอด พิพากษายกฟ้องและยกคำร้องสอด
ผู้ร้องสอดอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องสอดฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ผู้ร้องสอดฎีกาว่า เงิน ๕๔,๐๐๐ บาทของกลางเป็นของผู้ร้องสอดนั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่าผู้ร้องสอดเคยเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๐๘๐/๒๕๑๙ ของศาลจังหวัดลพบุรี และคดีดังกล่าวศาลฎีกาได้วินิจฉัยเกี่ยวกับเงิน ๕๔,๐๐๐ บาทของกลางไว้ชัดแจ้งว่า ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าเงินของกลางเป็นเงินส่วนหนึ่งที่นางนงลักษณ์ถอนมาจากธนาคารอันเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดว่าเงิน ๕๔,๐๐๐ บาทมิใช่เงินของผู้ร้องสอด คำพิพากษาฎีกาดังกล่าวจึงผูกพันผู้ร้องสอดซึ่งเป็นโจทก์ร่วม การพิพากษาคดีส่วนแพ่งอันเกี่ยวกับเงิน ๕๔,๐๐๐ บาทของกลางในคดีนี้ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๖ ข้อเท็จจริงจึงต้องฟังว่า เงิน ๕๔,๐๐๐ บาทของกลางมิใช่เงินของผู้ร้องสอด
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2588/2526
นางนงเยาว์ จิตรงาม โจทก์
หัวหน้าพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธร อำเภอเมืองลพบุรี กับพวก จำเลย
บริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด ผู้ร้องสอด
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางนงเยาว์ จิตรงาม · จำเลย - หัวหน้าพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธร อำเภอเมืองลพบุรี กับพวก · ผู้ร้องสอด - บริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประสาท บุณยรังษี · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายประดิษฐ์ ก้อนทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายวรา ไวยหงษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา