⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › ค้นฎีกา › ฎีกา 2588/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2588/2526

ป.วิ.อาญา ม.46

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาคดีอาญาที่วินิจฉัยเกี่ยวกับทรัพย์สินใดๆ ย่อมผูกพันคู่ความในคดีนั้น และศาลในคดีแพ่งที่เกี่ยวกับทรัพย์สินดังกล่าวต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องสอดเคยเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง ส. ในข้อหาลักทรัพย์ ฉ้อโกงทรัพย์ ซึ่งคดีดังกล่าวศาลฎีกาได้วินิจฉัยเกี่ยวกับเงินของกลางไว้ว่ามิใช่เงินของผู้ร้องสอด คำพิพากษาฎีกาดังกล่าวจึงผูกพันผู้ร้องสอดซึ่งเป็นโจทก์ร่วมการพิพากษาคดีแพ่งอันเกี่ยวกับเงินจำนวนดังกล่าว ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา จึงต้องฟังว่ามิใช่เงินของผู้ร้องสอด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ยึดเงินของโจทก์ที่มอบให้นายสมบูรณ์นำไปเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารกสิกรไทย จำกัด โดยไม่สอบสวนให้แน่ชัดว่าเงินดังกล่าวของโจทก์เป็นเงินของกลางในคดีอาญาที่นายสมบูรณ์ถูกฟ้องเป็นจำเลยหรือไม่ ซึ่งคดีดังกล่าวศาลฎีกาพิพากษาคดีถึงที่สุดให้ยกฟ้อง โดยวินิจฉัยว่าไม่ใช่เงินของธนาคารกสิกรไทย จำกัด เงินดังกล่าวจึงต้องเป็นของโจทก์ แต่จำเลยไม่ยอมคืนให้ จึงขอให้พิพากษาและบังคับ จำเลยให้การว่า เงินที่โจทก์กล่าวในฟ้องเป็นเงินส่วนหนึ่งของเงินตามเช็คที่นายสมบูรณ์ลักไปแล้วสมคบกับพวกเบิกเงินสดจากธนาคารกสิกรไทย จำกัด เป็นเงินของกลางที่จำเลยเก็บรักษาไว้ตามหน้าที่ จำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ขอให้ยกฟ้อง บริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด ยื่นคำร้องว่า เงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินของผู้ร้อง จึงขอเข้าร่วมเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องหัวหน้าพนักงานสอบสวน เป็นการระบุตำแหน่งไม่ระบุตัวบุคคล ตำแหน่งราชการมิใช่บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล จึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนเงินของกลางมิใช่เงินของผู้ร้องสอด พิพากษายกฟ้องและยกคำร้องสอด ผู้ร้องสอดอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องสอดฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ผู้ร้องสอดฎีกาว่า เงิน ๕๔,๐๐๐ บาทของกลางเป็นของผู้ร้องสอดนั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่าผู้ร้องสอดเคยเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๐๘๐/๒๕๑๙ ของศาลจังหวัดลพบุรี และคดีดังกล่าวศาลฎีกาได้วินิจฉัยเกี่ยวกับเงิน ๕๔,๐๐๐ บาทของกลางไว้ชัดแจ้งว่า ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าเงินของกลางเป็นเงินส่วนหนึ่งที่นางนงลักษณ์ถอนมาจากธนาคารอันเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดว่าเงิน ๕๔,๐๐๐ บาทมิใช่เงินของผู้ร้องสอด คำพิพากษาฎีกาดังกล่าวจึงผูกพันผู้ร้องสอดซึ่งเป็นโจทก์ร่วม การพิพากษาคดีส่วนแพ่งอันเกี่ยวกับเงิน ๕๔,๐๐๐ บาทของกลางในคดีนี้ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๖ ข้อเท็จจริงจึงต้องฟังว่า เงิน ๕๔,๐๐๐ บาทของกลางมิใช่เงินของผู้ร้องสอด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2588/2526 นางนงเยาว์ จิตรงาม โจทก์ หัวหน้าพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธร อำเภอเมืองลพบุรี กับพวก จำเลย บริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด ผู้ร้องสอด

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางนงเยาว์ จิตรงาม · จำเลย - หัวหน้าพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธร อำเภอเมืองลพบุรี กับพวก · ผู้ร้องสอด - บริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสาท บุณยรังษี · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ชูเชิด รักตะบุตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประดิษฐ์ ก้อนทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายวรา ไวยหงษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4715/2542ฎีกา 1917/2559ฎีกา 481/2526ฎีกา 6405/2550ฎีกา 4273-4274/2534ฎีกา 1308/2533ฎีกา 5989/2537ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1482/2538ฎีกา 1500/2542ฎีกา 1982/2519ฎีกา 5393/2540ฎีกา 1913/2534ฎีกา 3119/2558ฎีกา 11216/2555ฎีกา 4282/2536ฎีกา 1948/2520ฎีกา 533/2521ฎีกา 451/2531ฎีกา 276/2520ฎีกา 7339/2540ฎีกา 1468/2521ฎีกา 17791/2556ฎีกา 6721-6722/2562
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา