⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2837/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2837/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีอำนาจชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามมาตรา 34(4) แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 2. การปลอมลายมือชื่อบางส่วนในหนังสือร้องขอให้สหภาพแรงงานเปิดประชุมใหญ่วิสามัญ ไม่ทำให้การประชุมนั้นเสียไป หากจำนวนผู้ลงนามที่แท้จริงยังคงมีจำนวนเกินกว่าที่ข้อบังคับสหภาพแรงงานกำหนดไว้

ย่อคำพิพากษา

การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ดำเนินการชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานตามมาตรา34 (4) แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ นั้น คณะกรรมการฯ มีอำนาจดำเนินการชี้ขาดกำหนดอัตราค่าครองชีพหรือกำหนดเงินช่วยเหลือครอบครัวกรณีที่พนักงานเสียชีวิต อันเป็นข้อขัดแย้งระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างเกี่ยวกับสภาพการจ้างได้ เมื่อข้อบังคับสหภาพแรงงานกำหนดว่า การประชุมใหญ่วิสามัญหมายถึงการประชุมที่สมาชิกไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมด หรือไม่น้อยกว่า 50 คน ลงลายมือชื่อทำหนังสือร้องขอให้คณะกรรมการเรียกประชุมใหญ่ ดังนี้ แม้จะปรากฏว่ามีการปลอมลายมือชื่อของสมาชิกบางคนในหนังสือเรียกร้องให้สหภาพแรงงานเปิดการประชุมใหญ่วิสามัญ แต่จำนวนสมาชิกที่ลงชื่อในหนังสือดังกล่าวที่เหลือนอกจากนั้นก็มีจำนวนเกิน 50 คน และไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของสมาชิกทั้งหมด สหภาพแรงงานจึงชอบที่จะเปิดประชุมใหญ่วิสามัญได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.5 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.35 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.41 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.87 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.90

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้มีคำสั่งในฐานะคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ชี้ขาดให้โจทก์จ่ายเงินค่าครองชีพให้ลูกจ้างเพิ่มขึ้น กับให้โจทก์จ่ายเงินช่วยเหลือกรณีลูกจ้างเสียชีวิตโจทก์เห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่มีกฎหมายใดให้อำนาจคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์เป็นผู้กำหนดอัตราค่าครองชีพ ค่าช่วยเหลือกรณีลูกจ้างถึงแก่ความตายได้ นอกจากนี้ข้อเรียกร้องอันเป็นที่มาของคำชี้ขาดนั้น สหภาพแรงงานสายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ลไม่ได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย กล่าวคือ หนังสือเรียกร้องให้สหภาพแรงงานฯ นัดประชุมและยื่นข้อเรียกร้องต่อโจทก์นั้น มีสมาชิกไม่ครบจำนวนตามที่กฎหมายกำหนด ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ จำเลยให้การว่า คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้รับคำสั่งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งสั่งการตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา ๓๕ (๔) ย่อมมีอำนาจดำเนินการชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานได้ตามมาตรา ๔๑ (๒) ข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสภาพการจ้างของสหภาพแรงงานฯ ได้กระทำไปโดยชอบด้วยกฎหมายทุกประการตามมติของที่ประชุมใหญ่ซึ่งมีสมาชิกมาประชุมครบจำนวนตามข้อบังคับของสหภาพแรงงานฯ จำเลยรับฟังพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายโดยชอบแล้ว ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ดำเนินการชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานระหว่างโจทก์กับสหภาพแรงงานฯ และลูกจ้างก็โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๔ (๔) แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ ฉะนั้น คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์จึงมีอำนาจดำเนินการชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานได้ตามมาตรา ๔๑ (๒) ซึ่งคำว่า "ข้อพิพาทแรงงาน" ตามมาตรา ๕ หมายความว่า ข้อขัดแย้งระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างเกี่ยวกับสภาพการจ้าง และคำว่า 'สภาพการจ้าง' หมายความว่า เงื่อนไขการจ้างหรือการทำงาน กำหนดวันและเวลาทำงาน ค่าจ้าง สวัสดิการ การเลิกจ้าง หรือประโยชน์อื่นของนายจ้างหรือลูกจ้างอันเกี่ยวกับการจ้างหรือการทำงาน ข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงานฯ ที่ให้โจทก์จ่ายเงินช่วยเหลือค่าครองชีพนั้น ถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้าง กับที่ขอให้โจทก์จ่ายเงินช่วยเหลือครอบครัวของพนักงานที่เสียชีวิต เป็นข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสวัสดิการและประโยชน์อื่นของลูกจ้างอันเกี่ยวกับการทำงาน จึงเป็นข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสภาพการจ้าง เมื่อโจทก์กับสหภาพแรงงานฯ และลูกจ้างไม่อาจตกลงกันได้ในข้อเรียกร้องเกิดเป็นข้อพิพาทแรงงานขึ้นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ก็ย่อมมีอำนาจที่จะกำหนดอัตราค่าครองชีพ หรือกำหนดเงินช่วยเหลือครอบครัวกรณีที่พนักงานเสียชีวิต อันเป็นการชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานระหว่างโจทก์กับสหภาพแรงงานฯ และลูกจ้างของโจทก์ได้ตามกฎหมาย คดีได้ความว่ามีผู้ลงชื่อท้ายหนังสือเรียกร้องให้สหภาพแรงงานฯ เปิดการประชุมใหญ่วิสามัญ เพื่อขอมติในการยื่นข้อเรียกร้องเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างจำนวน ๑๐๔ ชื่อ มีการปลอมลายมือชื่อนายหนูนาและนายทวี สหภาพแรงงานฯ มีสมาชิกทั้งหมด ๒๒๘ คน ตามข้อบังคับสหภาพแรงงานฯ กำหนดว่า "การประชุมใหญ่วิสามัญหมายถึงการประชุมที่สมาชิกไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมด หรือไม่น้อยกว่า ๕๐ คน ลงลายมือชื่อทำหนังสือร้องขอให้คณะกรรมการเรียกประชุมใหญ่ ฯลฯ" ดังนี้ แม้จำนวนสมาชิกที่ลงชื่อในหนังสือเรียกร้องจะปรากฏว่ามีการปลอมลายมือชื่อสมาชิกบางคน แต่จำนวนสมาชิกที่ลงชื่อที่เหลือนอกนั้นก็มีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดตามข้อบังคับ สหภาพแรงงานฯ จึงชอบที่จะร้องขอให้เปิดประชุมใหญ่เพื่อขอมติในการยื่นข้อเรียกร้องเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2837/2526 บริษัทสายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด โจทก์ นายอร่าม สุทธะพินทุ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทสายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด · จำเลย - นายอร่าม สุทธะพินทุ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ขจร หะวานนท์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · วรา ไวยหงษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายฟอง แสวงธรรม · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5759/2540ฎีกา 7773-7776/2553ฎีกา 9395-9492/2550ฎีกา 768/2533ฎีกา 2790/2525ฎีกา 4777/2549ฎีกา 378/2531ฎีกา 2093/2532ฎีกา 5790-5822/2543ฎีกา 5200/2543ฎีกา 4573-5228/2544ฎีกา 4369/2530ฎีกา 6000-6040/2544ฎีกา 1612/2530ฎีกา 2431/2530ฎีกา 9488/2551ฎีกา 608/2550ฎีกา 2325-2326/2531ฎีกา 3823/2531ฎีกา 1128/2544ฎีกา 1448/2541ฎีกา 1338/2531ฎีกา 909/2532ฎีกา 499/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา