⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1389/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1389/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นายจ้างมีสิทธิปิดงานบางส่วนได้หากลูกจ้างไม่ยอมรับข้อเสนอการแก้ไขสภาพการจ้าง และการปิดงานไม่จำเป็นต้องหยุดกิจการทั้งหมดหรือห้ามลูกจ้างอื่นทำงาน

ย่อคำพิพากษา

บริษัทจำเลยและสหภาพแรงงานฯ ซึ่งโจทก์เป็นสมาชิกอยู่ด้วยได้แจ้งข้อเรียกร้องเพื่อขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างต่อกัน แม้พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานได้ไกล่เกลี่ยแล้วก็ไม่สามารถตกลงกันได้ จำเลยได้เสนอข้อตกลงไปยังลูกจ้างโดยตรง ลูกจ้างจำนวน 623 คน เห็นด้วยจึงทำสัญญาตามข้อเสนอของจำเลย โจทก์และลูกจ้างประมาณ 90 คน ไม่เห็นด้วยและไม่ยอมทำสัญญา จำเลยย่อมมีสิทธิปิดงานบางส่วนได้โดยชอบและไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายให้โจทก์ในระหว่างปิดงาน การปิดงานตามความหมายของพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์มาตรา 5 มิได้บังคับว่านายจ้างต้องหยุดหรือปิดกิจการทั้งหมดและจะให้ลูกจ้างอื่นทำงานต่อไปไม่ได้ ฉะนั้น จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะดำเนินกิจการไปตามปกติหรือมีสิทธิให้พนักงานอื่นเข้าทำงานต่อไปได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.5 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.22 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.34

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า บริษัทจำเลยและสหภาพแรงงานไทยบริดจสโตนได้แจ้งข้อเรียกร้องขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างซึ่งกันและกัน และกลายเป็นข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ จำเลยได้ทำสัญญาเกี่ยวกับสภาพการจ้างในเรื่องข้อเรียกร้องดังกล่าวให้ลูกจ้างลงลายมือชื่อเป็นรายบุคคล หลังจากนั้นก็ได้มีคำสั่งปิดงานลูกจ้างจำนวน ๙๐ คนที่ไม่ได้ลงลายมือชื่อทำสัญญากับจำเลย การปิดงานของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต เจตนากลั่นแกล้งโจทก์ขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์ทั้งสิบแปดคนกลับเข้าทำงาน พร้อมกับได้รับสิทธิประโยชน์ตามสภาพการจ้างเดิม และให้จำเลยจ่ายค่าจ้าง ค่าครองชีพ เบี้ยขยัน โบนัส ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี เงินช่วยเหลือเพื่อการพบปะสังสรรค์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า เมื่อพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานไกล่เกลี่ยแล้ว จำเลยกับสหภาพแรงงานก็ไม่สามารถตกลงกันได้ จำเลยมีความประสงค์จะระงับข้อพิพาทแรงงานโดยได้รับความร่วมมือจากลูกจ้าง ๖๒๓ คน ยินยอมทำสัญญาตามข้อตกลงที่จำเลยเสนอ ระหว่างการเจรจาลูกจ้างบางส่วนชะลอการทำงาน บ่อนทำลายเครื่องจักร ผสมเศษโลหะลงในวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตมีหนังสือเวียนถึงลูกค้าเพื่อให้เลิกใช้ผลิตภัณฑ์ของจำเลย ทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย จำเลยจึงมีคำสั่งปิดงาน จำเลยปิดงานในระหว่างที่ข้อเรียกร้องเป็นข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้เป็นการปิดงานโดยชอบ หลังจากปิดงานแล้วจำเลยจะให้ลูกจ้างคนใดเข้าทำงานเป็นสิทธิของจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกเงินตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ในระหว่างพิจารณาของศาลแรงงานกลาง คู่ความแถลงรับกันว่า โจทก์ได้เข้าทำงานตามเดิมแล้ว ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า การที่จำเลยปิดงานงดจ้างเฉพาะโจทก์กับลูกจ้างอื่นประมาณ ๙๐ คน ซึ่งไม่ยอมทำสัญญาตามข้อเสนอของจำเลย ไม่เป็นการปิดงานเนื่องจากมีข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยต้องจ่ายค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสิบแปด จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ปรากฏว่าจำเลยและสหภาพแรงงานไทยบริดจสโตนซึ่งโจทก์ทั้งสิบแปดเป็นสมาชิกได้แจ้งข้อเรียกร้องเพื่อขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างต่อกัน แต่จำเลยกับสหภาพแรงงานไทยบริดจสโตนไม่สามารถตกลงตามข้อเรียกร้องนั้นได้ พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานได้ไกล่เกลี่ยตามกฎหมายแล้ว แต่จำเลยกับสหภาพแรงงานดังกล่าวก็ยังตกลงกันไม่ได้เช่นเดิม ดังนั้น จำเลยจึงเสนอข้อตกลงของจำเลยไปยังลูกจ้างโดยตรง ลูกจ้างของจำเลยจำนวนหนึ่งประมาณ ๖๒๓ คน เห็นด้วยจึงทำสัญญาตามข้อเสนอของจำเลย ส่วนโจทก์ทั้งสิบแปดกับลูกจ้างอีกจำนวนหนึ่งประมาณ ๙๐ คน ไม่เห็นด้วย จึงไม่ยอมทำสัญญาตามข้อเสนอดังกล่าว ต่อมาจำเลยมีคำสั่งปิดงานโดยไม่ให้โจทก์ทั้งสิบแปดกับลูกจ้างซึ่งไม่ยอมทำสัญญาตามข้อเสนอของจำเลยเข้าทำงานตามปกติ ส่วนลูกจ้างซึ่งยอมทำสัญญาตามข้อเสนอของจำเลยนั้น จำเลยได้ให้เข้าทำงานตามปกติ แต่ในระหว่างพิจารณาของศาลแรงงานกลาง ทำเลยได้ให้โจทก์ทั้งสิบแปดเข้าทำงานเช่นเดียวกับลูกจ้างอื่นแล้ว ปัญหามีว่า การที่จำเลยมิได้รับโจทก์ทั้งสิบแปดเข้าทำงานก่อนนำคดีมาสู่ศาลเป็นการปิดงานโดยชอบหรือไม่ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๘ มาตรา ๒๒ วรรคสาม ได้บัญญัติให้สิทธิแก่นายจ้างที่จะปิดงานหรือลูกจ้างที่จะนัดหยุดงาน ในกรณีที่ข้อพิพาทเป็นข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงานไทยบริดจสโตน ซึ่งโจทก์ทั้งสิบแปดเป็นสมาชิกและเกี่ยวข้องกับการเรียกร้องเป็นข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างย่อมมีสิทธิปิดงาน การที่จำเลยปิดงานจึงเป็นการชอบด้วยกฎหมาย และจากการที่จำเลยปิดงานดังกล่าว เป็นเหตุให้โจทก์ทั้งสิบแปมิได้ทำงานให้จำเลยตามสัญญาจ้างแรงงานจำเลยจึงไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างและค่าเสียหายใด ๆ ให้แก่โจทก์ ส่วนที่ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยสั่งปิดงานแล้ว แต่จำเลยยังคงให้ลูกจ้างอื่นเข้าทำงานต่อไป โดยไม่ได้หยุดหรือปิดกิจการนั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๕ ได้ให้ความหมายของคำว่า "การปิดงาน" หมายความว่า การที่นายจ้างปฏิเสธไม่ยอมให้ลูกจ้างทำงานชั่วคราวเนื่องจากข้อพิพาทแรงงานเท่านั้น มิได้บังคับว่านายจ้างต้องหยุดหรือปิดกิจการ หรือจะให้ลูกจ้างอื่นทำงานต่อไปมิได้ ฉะนั้น จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะดำเนินกิจการของจำเลยไปตามปกติ หรือมีสิทธิให้พนักงานอื่นเข้าทำงานต่อไปได้ ไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายแต่อย่างใด พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายให้แก่โจทก์นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1389/2531 นายสมศักดิ์ ฉัตรแก้ว กับพวก โจทก์ บริษัทไทยบริดจสโตน จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมศักดิ์ ฉัตรแก้ว กับพวก · จำเลย - บริษัทไทยบริดจสโตน จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุพจน์ นาถะพินธุ · จุนท์ จันทรวงศ์ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายเฉลิม สุคนธ์ขจร · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5759/2540ฎีกา 7773-7776/2553ฎีกา 9395-9492/2550ฎีกา 2790/2525ฎีกา 4777/2549ฎีกา 6232/2534ฎีกา 378/2531ฎีกา 2093/2532ฎีกา 5790-5822/2543ฎีกา 5200/2543ฎีกา 7420/2537ฎีกา 4573-5228/2544ฎีกา 4369/2530ฎีกา 6000-6040/2544ฎีกา 1612/2530ฎีกา 9488/2551ฎีกา 3115/2529ฎีกา 273/2525ฎีกา 2325-2326/2531ฎีกา 3823/2531ฎีกา 1128/2544ฎีกา 1448/2541ฎีกา 909/2532ฎีกา 2837/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา