⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3261/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3261/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีกฎหมายใหม่ที่แก้ไขเพิ่มเติมอันเป็นคุณแก่จำเลยใช้บังคับในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาโดยใช้กฎหมายใหม่นั้นในการลงโทษจำเลยได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 แต่ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 ซึ่งเป็นบทหนักจำคุกกระทงละ 3 ปี 4 เดือนรวม 173 กระทง เป็นโทษจำคุก 576 ปี8 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 บทเดียว ส่วนกำหนดโทษคงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดังนี้เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ขณะที่คดีนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2526 ซึ่งแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาแก้ไขการรวมกระทงลงโทษโดยให้ลดโทษจำเลยลงเหลือเพียง 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) ที่แก้ไขเพิ่มเติมใหม่อันเป็นกฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายอาญา ม.3 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352 พระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 ม.3 พระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นพนักงานการเงินของห้องอาหารโรงแรมเอราวัณซึ่งเป็นองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ ได้เบียดบังเอาใบเสร็จรับเงินและเงินสดของห้องอาหารดังกล่าวไปโดยทุจริตรวม ๑๗๓ ครั้ง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๓, ๔ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๒, ๙๑ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๔ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ แต่ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๔ ซึ่งเป็นบทหนักให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๑ ลงโทษจำคุกกระทงละ ๕ ปี รวม ๑๗๓ กระทงเป็นโทษจำคุก ๘๖๕ ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนลดโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา ๗๘ เหลือโทษจำคุก ๕๗๖ ปี ๘ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๔ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ รวม ๑๗๓ กระทง ส่วนการลงโทษและลดโทษให้เป็นไปตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริงศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๔ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ แต่ให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๔ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุกจำเลยกระทงละ ๕ ปี ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๔ บทเดียว และกำหนดโทษจำคุกจำเลยคงเดิมตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อย จำเลยฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ ศาลฎีกาจึงไม่รับฎีกาของจำเลยไว้วินิจฉัย แต่เนื่องจากขณะที่คดีนี้อยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ปรากฏว่าได้มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๔ ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ซึ่งบัญญัติให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป และให้ใช้ความใหม่แทน ซึ่งบทบัญญัติมาตรา ๙๑ ใหม่นี้ ได้บัญญัติถึงการรวมโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดที่เป็นคุณแก่จำเลย ศาลฎีกาจึงมีอำนาจแก้ไขการรวมกระทงลงโทษจำเลยให้เป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา ๙๑(๓) ใหม่ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ภายหลังที่เป็นคุณแก่จำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓ กล่าวคือเมื่อรวมโทษทุกกรรมแล้วให้จำคุกจำเลย ๕๐ ปี พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด ๕๐ ปี นอกจากที่แก้แล้วคงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3261/2526 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายธเนศ นาคผ่อง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายธเนศ นาคผ่อง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุชาติ จิวะชาติ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · วีระ ทรัพยไพศาล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสมศักดิ์ จูสวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสวก จันทร์ผ่อง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 1588/2479ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 10648/2554ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 4276/2534ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 6416/2541ฎีกา 2963/2535ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554ฎีกา 3864/2546ฎีกา 51/2502ฎีกา 11/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา