คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3462/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่แสดงให้เห็นถึงการวางแผนล่วงหน้า เช่น การเดินดูลาดเลาหลายครั้ง การนัดหมายกัน และการติดตามผู้ตายก่อนลงมือ ถือเป็นการกระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
หากเจตนาฆ่าผู้ตายเกิดขึ้นก่อนและเป็นเจตนาหลัก การลักทรัพย์ที่เกิดขึ้นภายหลังการฆ่าสำเร็จแล้ว ถือเป็นความผิดฐานลักทรัพย์คนละกรรมกับการฆ่า และไม่เป็นความผิดฐานฆ่าเพื่อความสะดวกในการปล้นทรัพย์
ย่อคำพิพากษา
ก่อนเกิดเหตุ 15 นาที จำเลยเดินเข้ามาดูลาดเลาในร้านอาหาร 3 รอบ โดยมีพวกของจำเลย 2 คนจอดรถอยู่หน้าร้าน ขณะนั้นผู้ตายนั่งรับประทานอาหารอยู่ในร้านเมื่อผู้ตายขับรถจากร้านอาหารจำเลยกับพวกก็ขับรถตามมาฆ่าผู้ตายห่างจากร้านอาหารเพียง 200 เมตร แสดงว่าจำเลยกับพวกมีแผนการนัดหมายกันมาก่อนลงมือกระทำผิด ถือได้ว่าเป็นการฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
ข้อที่โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา289(6),340,340ตรี เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยกับพวกมีเจตนาประสงค์ต่อทรัพย์ของผู้ตายมาแต่แรกแต่ต้องการฆ่าผู้ตายเพียงอย่างเดียว จำเลยกับพวกไม่มีเจตนาปล้นทรัพย์ของผู้ตายมาก่อนเลย จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นเพื่อความสะดวกในการปล้นทรัพย์ หรือปล้นทรัพย์ จำเลยกับพวกเพิ่งจะมีเจตนาลักเอารถจักรยานยนต์ที่ผู้ตายขี่ภายหลังเมื่อความผิดฐานฆ่าคนได้สำเร็จลงเด็ดขาดแล้ว จึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ ความผิดฐานนี้เป็นคนละกรรมกับความผิดฐานฆ่าคนตายและปล้นทรัพย์ซึ่งโจทก์บรรยายฟ้องรวมเป็นกรรมเดียวกันมา จึงเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก 2 คนที่ยังหลบหนี มีอาวุธปืนและมีดปลายแหลมติดตัวปล้นเอารถจักรยานยนต์ 1 คันซึ่งอยู่ในความครอบครองของ ศ. ในการปล้นทรัพย์ดังกล่าวจำเลยกับพวกร่วมกันใช้อาวุธปืนยิง และใช้อาวุธมีดแทง ศ. โดยเจตนาฆ่า โดยไตร่ตรองไว้ก่อน และกระทำอย่างทารุณโหดร้าย เพื่อความสะดวกในการปล้นทรัพย์และพาทรัพย์นั้นไปเพื่อยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้ เพื่อปกปิดความผิด และเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดที่ได้กระทำ เป็นเหตุให้ ศ. ได้รับอันตรายสาหัสและตายสมดังเจตนาของจำเลยกับพวก ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289, 340, 340 ตรี, 83 ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2514) ข้อ 14, 15 ริบของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ริบของกลาง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(4)
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าก่อนเกิดเหตุ 15 นาที จำเลยเดินเข้ามาดูลาดเลาในร้านอาหาร 3 รอบ โดยมีพวกของจำเลย 2 คนจอดรถอยู่หน้าร้าน ขณะนั้นผู้ตายนั่งรับประทานอาหารอยู่ในร้าน เมื่อผู้ตายขับรถออกจากร้านอาหารจำเลยกับพวกก็ขับรถตามมาฆ่าผู้ตายห่างจากร้านอาหารเพียง 200 เมตร วินิจฉัยว่า แสดงว่าจำเลยกับพวกมีแผนการนัดหมายกันมาก่อนลงมือกระทำผิด ถือได้ว่าเป็นการฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
ข้อที่โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(6), 340, 340 ตรี วินิจฉัยว่า เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยกับพวกมีเจตนาประสงค์ต่อทรัพย์ของผู้ตายมาแต่แรก แต่ต้องการฆ่าผู้ตายเพียงอย่างเดียว จำเลยกับพวกไม่มีเจตนาปล้นทรัพย์ของผู้ตายมาก่อนเลย จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นเพื่อความสะดวกในการปล้นทรัพย์ หรือปล้นทรัพย์จำเลยกับพวกเพิ่งจะมีเจตนาลักเอารถจักรยานยนต์ที่ผู้ตายขี่ภายหลังเมื่อความผิดฐานฆ่าคนได้สำเร็จลงเด็ดขาดแล้ว จึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ ความผิดฐานนี้เป็นคนละกรรมกับความผิดฐานฆ่าคนตายและปล้นทรัพย์ซึ่งโจทก์บรรยายฟ้องรวมเป็นกรรมเดียวกันมา จึงเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษ
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3462/2526
พนักงานอัยการจังหวัดลำปาง โจทก์
สิบเอกอัครชัย หรือต้อม พูนโพธิ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดลำปาง · จำเลย - สิบเอกอัครชัย หรือต้อม พูนโพธิ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรานอม มหรรณพ · ปรีชา พานิชวงศ์ · พจน์ บุญเลี้ยง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา