⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3617/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3617/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากหุ้นส่วนผู้จัดการไม่อาจเข้าเป็นผู้ชำระบัญชีได้ และไม่มีข้อสัญญาเรื่องผู้ชำระบัญชี ศาลย่อมตั้งผู้ชำระบัญชีได้ตามคำขอของผู้มีส่วนได้เสีย

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1251 มิได้มุ่งหมายที่จะให้หุ้นส่วนผู้จัดการของห้างเป็นผู้ชำระบัญชีของห้างหุ้นส่วนเสมอไปเพราะความที่บัญญัติยกเว้นไว้ในวรรคสองนั้นเองมีความหมายว่า ถ้าหากหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างไม่อาจเข้าเป็นผู้ชำระบัญชีได้ไม่ว่าด้วยประการใด ๆ และไม่ปรากฏข้อสัญญาของห้างที่กำหนดเรื่องผู้ชำระบัญชีไว้ เมื่อผู้มีส่วนได้เสียร้องขอ ศาลย่อมตั้งผู้ชำระบัญชีได้ เมื่อปรากฏว่าคู่ความตกลงยอมให้เลิกห้างหุ้นส่วนจำกัดและจำเลยให้ศาลตั้งผู้ชำระบัญชีตามที่เห็นสมควร ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการสละสิทธิในการเป็นผู้ชำระบัญชีแล้ว การที่ศาลมีคำสั่งตั้งเจ้าหน้าที่ในกรมบังคับคดีเป็นผู้ชำระบัญชีจึงไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1251

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1251

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยเข้าหุ้นกันตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด โดยโจทก์เป็นหุ้นส่วนประเภทจำกัดความรับผิด จำเลยที่ ๑ เป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิดและเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ได้จดทะเบียนตามกฎหมายแล้ว จำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ ร่วมกันดำเนินการส่อไปในทางไม่สุจริต โจทก์ไม่ประสงค์เป็นหุ้นส่วนร่วมกับจำเลยทั้งสอง โจทก์จึงแจ้งขอเลิกห้าง จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้ศาลมีคำสั่งเลิกห้างและตั้งผู้ชำระบัญชีโดยตั้งเจ้าหน้าที่ในกรมบังคับคดีเป็นผู้ชำระบัญชี จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ให้การว่าไม่เคยทุจริต โจทก์ไม่เคยขอเลิกห้าง โจทก์เอาสมุดบัญชีและเอกสารของห้างไปทำให้จำเลยไม่สามารถดำเนินกิจการ โจทก์ขอตั้งเจ้าพนักงานในกรมบังคับคดีไม่ได้เพราะขัดประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๕๑ จำเลยที่ ๓ ให้การว่าประสงค์จะเลิกห้างเช่นเดียวกัน ในวันนัดสืบพยาน คู่ความตกลงเลิกห้างโดยจำเลยขอให้ศาลตั้งผู้ชำระบัญชีตามที่เห็นสมควร ฝ่ายโจทก์ขอให้ตั้งเจ้าหน้าที่ในกรมบังคับคดี ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เลิกห้างตั้งเจ้าหน้าที่ในกรมบังคับคดีเป็นผู้ชำระบัญชี จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ อุทธรณ์ขอให้ตั้งจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ชำระบัญชี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ฎีกาว่า การตั้งผู้ชำระบัญชีต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๕๑ คือต้องตั้งหุ้นส่วนผู้จัดการเป็นผู้ชำระบัญชี ศาลไม่อาจใช้ดุลพินิจตั้งบุคคลอื่นเป็นผู้ชำระบัญชีได้ เห็นว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๕๑ มิได้มุ่งหมายที่จะให้หุ้นส่วนผู้จัดการของห้างเป็นผู้ชำระบัญชีของห้างหุ้นส่วนเสมอไปเพราะความที่บัญญัติยกเว้นไว้ในวรรคสองนั้นเองมีความหมายว่า ถ้าหากหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างไม่อาจเข้าเป็นผู้ชำระบัญชีได้ไม่ว่าด้วยประการใด ๆ แต่ไม่ปรากฏข้อสัญญาของห้างที่กำหนดเรื่องผู้ชำระบัญชีไว้ เมื่อผู้มีส่วนได้เสียร้องขอ ศาลย่อมตั้งผู้ชำระบัญชีได้ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๓๐๑/๒๕๒๖ เมื่อปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาว่าคู่ความตกลงยอมให้เลิกห้างและจำเลยให้ศาลตั้งผู้ชำระบัญชีตามที่เห็นสมควรหมายความว่าศาลไม่ตั้งจำเลยที่ ๑ ก็ได้ ซึ่งถือได้ว่าจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการสละสิทธิในการเป็นผู้ชำระบัญชีแล้ว การที่ศาลตั้งเจ้าหน้าที่ในกรมบังคับคดีเป็นผู้ชำระบัญชีจึงหาขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๕๑ ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3617/2526 นางปภาศิริ เสริมประภาศิลป์ โจทก์ นายประสิทธิ์ ลิ้มวิไลรัตนา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางปภาศิริ เสริมประภาศิลป์ · จำเลย - นายประสิทธิ์ ลิ้มวิไลรัตนา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัมพล สุวรรณภักดี · สหัส สิงหวิริยะ · เสนอ ศรนิยม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวิชิต บุญถนอม · ศาลอุทธรณ์ - นายมาโนช เพียรสนอง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9331/2542ฎีกา 8937/2560ฎีกา 605/2537ฎีกา 9179/2559ฎีกา 141/2506ฎีกา 4784/2536ฎีกา 2901/2517ฎีกา 1772/2540ฎีกา 2681/2534ฎีกา 4961/2539ฎีกา 863/2530ฎีกา 518/2552ฎีกา 4181/2528ฎีกา 1582/2528ฎีกา 6340-6345/2544ฎีกา 8047/2544ฎีกา 5552/2534ฎีกา 5184/2550ฎีกา 220/2526ฎีกา 3103/2533ฎีกา 351/2507ฎีกา 191/2501ฎีกา 4311/2540ฎีกา 514/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา