⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3812/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3812/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ตกลงกันไว้ในเวลาจดทะเบียนหย่า มีผลผูกพันคู่กรณี แม้การแบ่งทรัพย์สินบางรายการจะยังไม่ได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

การแบ่งทรัพย์สินของสามีภริยาตามที่มีอยู่ในเวลาจดทะเบียนหย่าย่อมมีผลบังคับผูกพัน ภริยาจะโต้แย้งในภายหลังว่าการแบ่งที่ดินพิพาทให้แก่สามียังมิได้จดทะเบียนโอน ที่ดินพิพาทจึงยังเป็นของภริยาร่วมกับสามีอยู่หาได้ไม่ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1406/2517)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1532

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๗๖๓๑ เพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของที่ดินที่โจทก์นำยึดครึ่งหนึ่ง เมื่อศาลขายทอดตลาดแล้ว ขอให้กันส่วนเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดไว้ให้ผู้ร้องครึ่งหนึ่ง โจทก์คัดค้านว่า เดิมจำเลยกับผู้ร้องเป็นสามีภริยากัน ต่อมาได้จดทะเบียนหย่าและตกลงแบ่งทรัพย์สินกันโดยยกที่ดินพิพาทให้จำเลย ที่ดินพิพาทจึงเป็นของจำเลยแต่ผู้เดียวขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องครึ่งหนึ่ง เมื่อขายทอดตลาดแล้วให้กันส่วนเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดให้ผู้ร้องครึ่งหนึ่ง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เดิมจำเลยกับผู้ร้องเป็นสามีภริยากัน ที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยกับผู้ร้องรวมกัน ต่อมาวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๑๖ จำเลยกับผู้ร้องจดทะเบียนหย่ากัน โดยตกลงให้ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย ผู้ร้องจะไปไถ่ถอนจำนองจากธนาคารและโอนกรรมสิทธิ์ให้จำเลยภายในเดือนสิงหาคม ๒๕๑๖ ต่อมามีการไถ่ถอนจำนองและออกโฉนดที่ดินพิพาทใหม่โดยผู้ร้องกับจำเลยยังคงมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ปัญหามีว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยเพียงผู้เดียวหรือร่วมกับผู้ร้อง ศาลฎีกาเห็นว่า บันทึกตกลงแบ่งทรัพย์สินระหว่างจำเลยกับผู้ร้องตามเอกสารหมาย ร.๑ หรือ จ.๓ ให้ที่ดินพิพาท ตู้เย็น โทรทัศน์ สุกร จักรเย็บผ้า เครื่องบันทึกเสียง แหวนเพชรและสร้อยคอแก่จำเลย ให้รถยนต์โดยสารและเข็มขัดนากแก่ผู้ร้อง การแบ่งทรัพย์สินของจำเลยกับผู้ร้องตามที่มีอยู่ในเวลาจดทะเบียนหย่าเช่นนี้ ย่อมมีผลบังคับผูกพันผู้ร้อง ผู้ร้องจะโต้แย้งในภายหลังว่าการแบ่งที่ดินพิพาทให้นี้ยังมิได้โอนทะเบียน ยังเป็นของผู้ร้องร่วมกับจำเลยหาได้ไม่ ทั้งนี้ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๔๐๖/๒๕๑๗ ระหว่างนายสมจิตร ไผ่วิจิตร โจทก์ นายสุรพล จันรัตน์ จำเลย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3812/2526 นางอิม จึงดำรงกิจ โจทก์ นายสายัณห์ กุระชน จำเลย นางอุบล แซ่แต้ ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอิม จึงดำรงกิจ · จำเลย - นายสายัณห์ กุระชน · ผู้ร้อง - นางอุบล แซ่แต้
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิพัฒน์ จักรางกูร · ทวี กสิยพงศ์ · ดุสิต วราโห
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดราชบุรี - นายอำนวย เต้พันธ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมชัย ศิริบุตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 151/2532ฎีกา 5128/2541ฎีกา 2617/2524ฎีกา 140/2492ฎีกา 1125/2504ฎีกา 3836/2524ฎีกา 6306/2551ฎีกา 1099/2550ฎีกา 5882/2541ฎีกา 770/2535ฎีกา 7677/2557ฎีกา 4677/2549ฎีกา 2679/2537ฎีกา 1776/2512ฎีกา 5531/2534ฎีกา 181/2512ฎีกา 2451/2548ฎีกา 7863/2538ฎีกา 1247/2510ฎีกา 684/2488ฎีกา 3745/2530ฎีกา 1492/2510ฎีกา 1413/2508ฎีกา 541/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา