⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 426/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 426/2526

ป.พ.พ. ม.290, 298, 1600 · ป.วิ.แพ่ง ม.55, 249

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิเรียกร้องค่าชดเชยของลูกจ้างผู้ถึงแก่กรรมเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาท และทายาทแต่ละคนมีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยทั้งหมดได้โดยไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากทายาทอื่น

ย่อคำพิพากษา

สิทธิเรียกร้องค่าชดเชยเป็นสิทธิอย่างหนึ่งซึ่งถือได้ว่าเป็นมรดก ย่อมตกทอดแก่โจทก์ซึ่งเป็นทายาทของลูกจ้างผู้ถึงแก่กรรมได้ สิทธิเรียกร้องค่าชดเชยนี้ทายาททุกคนมีสิทธิเรียกร้องการชำระหนี้โดยทำนองซึ่งแต่ละคนอาจจะเรียกให้ชำระหนี้สิ้นเชิงได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 298 โจทก์เป็นทายาทคนหนึ่งของลูกจ้างผู้ถึงแก่กรรมจึงมีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยทั้งหมดจากจำเลยได้โดยไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากทายาทอื่น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.290 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.298 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1600

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.290 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.298 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างนายสัมฤทธิ์บิดาโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ ต่อมาโจทก์เลิกจ้างนายสัมฤทธิ์โดยไม่จ่ายค่าชดเชย บัดนี้นายสัมฤทธิ์ถึงแก่กรรมแล้ว ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นทายาทของนายสัมฤทธิ์ จำเลยให้การว่า โจทก์มิใช่ลูกจ้างจำเลยจึงไม่มีอำนาจฟ้อง หากโจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชยของนายสัมฤทธิ์ก็มีสิทธิเพียงเฉพาะส่วนของโจทก์เท่านั้น ไม่มีสิทธิได้รับในส่วนของทายาทอื่น ขอให้ยกฟ้อง วันนัดพิจารณาโจทก์แถลงว่านายสัมฤทธิ์มีทายาทรวม ๑๐ คน ทายาท๔ คน ยินดีให้โจทก์ฟ้องคดีนี้แต่มิได้ทำหนังสือมอบอำนาจไว้ ส่วนทายาทอื่นโจทก์มิได้บอกให้ทราบ ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า แม้ค่าชดเชยจะเป็นเงินที่นายจ้างต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้าง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานก็ตาม แต่เมื่อจำเลยเลิกจ้างนายสัมฤทธิ์ สิทธิเรียกร้องค่าชดเชยเกิดขึ้นแก่นายสัมฤทธิ์แล้ว ขณะนายสัมฤทธิ์มีชีวิตอยู่มิได้เรียกร้องค่าชดเชยจากจำเลย ฉะนั้นเมื่อนายสัมฤทธิ์ถึงแก่กรรมมรดกของนายสัมฤทธิ์ย่อมตกทอดแก่ทายาท และมรดกนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๐๐ บัญญัติว่า ได้แก่ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตายตลอดทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่าง ๆ เว้นแต่ตามกฎหมายหรือว่าโดยสภาพแล้วเป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยเป็นสิทธิอย่างหนึ่งซึ่งถือได้ว่าเป็นมรดกย่อมตกทอดแก่โจทก์ ซึ่งเป็นทายาทของนายสัมฤทธิ์ ดังนี้โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องเรียกค่าชดเชยจากจำเลยได้ ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าโจทก์ฟ้องคดีโดยได้รับความยินยอมจากทายาทเพียงบางคน และโดยมิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือมอบอำนาจหรือหนังสือให้ความยินยอมให้ฟ้องคดี โจทก์จึงมีสิทธิได้รับค่าชดเชยจากจำเลยเฉพาะส่วนของโจทก์เท่านั้น ไม่มีสิทธิได้รับส่วนของทายาทอื่นด้วยนั้นเห็นว่า สิทธิเรียกร้องค่าชดเชยนี้ทายาททุกคนย่อมมีสิทธิเรียกร้องการชำระหนี้โดยทำนองซึ่งแต่ละคนอาจจะเรียกให้ชำระหนี้สิ้นเชิงได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๙๘ โจทก์เป็นทายาทคนหนึ่งของนายสัมฤทธิ์จึงมีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยทั้งหมดจากจำเลยได้ ศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 426/2526 นายพิชัย ทับทิมใหม่ โจทก์ การประปานครหลวง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพิชัย ทับทิมใหม่ · จำเลย - การประปานครหลวง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพศาล สว่างเนตร · ขจร หะวานนท์ · วรา ไวยหงษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายวิรัตน์ ลัทธิวงศกร · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5692/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 770/2535ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1968/2533ฎีกา 3616/2558ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3231/2557ฎีกา 1889/2511ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 8680/2551ฎีกา 605/2511ฎีกา 14887/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา