⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 460/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 460/2526

ป.อาญา ม.91

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การออกเช็คหลายฉบับ แม้จะนำไปขึ้นเงินในคราวเดียวกัน ก็เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป

ย่อคำพิพากษา

จำเลยออกเช็ค 3 ฉบับ ลงวันที่สั่งจ่ายต่างกัน แม้โจทก์นำเช็คทั้ง 3 ฉบับไปขึ้นเงินในคราวเดียวกันธนาคารเดียวกัน ก็เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.91

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497มาตรา 3 และ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ลงโทษปรับจำเลยที่ 1เป็นเงิน 10,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษจำเลยทั้งสอง 3 กระทง รวมเป็นลงโทษปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 30,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 3 เดือนจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนฟังว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันออกเช็ค 3 ฉบับ ลงวันที่ต่างกันสั่งจ่ายเงินฉบับละ 62,500 บาท ให้แก่โจทก์เพื่อเป็นการชำระหนี้ค่าเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ ครั้นเมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์ได้นำเช็คนั้นไปขึ้นเงิน ปรากฏว่าธนาคารตามเช็คได้ปฏิเสธการจ่ายเงินเพราะเงินในบัญชีไม่มีจ่าย คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเพียงว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกัน พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า จำเลยออกเช็ค 3 ฉบับ ลงวันที่สั่งจ่ายต่างกันชี้ให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาให้ใช้เงินตามเช็คแต่ละฉบับหรือไม่เพียงไรแตกต่างแยกจากกันได้ จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 แม้โจทก์นำเช็คทั้งสามฉบับไปขึ้นเงินในคราวเดียวกันธนาคารเดียวกันก็หาทำให้เจตนาที่จำเลยสั่งจ่ายเงินตามเช็คแต่ละฉบับเปลี่ยนแปลงไม่ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 31/2518 คดีระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรี โจทก์ นายสมศักดิ์ กาญจนะสอาดจำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบากว่านั้นเป็นฎีกาในดุลพินิจ เป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ศาลฎีกาไม่วินิจฉัย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 460/2526 บริษัท ยูนิลีเวอร์ (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ว. แทรคเตอร์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ยูนิลีเวอร์ (ประเทศไทย) จำกัด · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ว. แทรคเตอร์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เริ่ม ธรรมดุษฎี · สุทิน เลิศวิรุฬห์ · อำนวย อินทุภูติ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1447/2531ฎีกา 1093/2568ฎีกา 3146/2541ฎีกา 2365/2563ฎีกา 13379/2555ฎีกา 3120/2559ฎีกา 9026/2553ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 7570/2541ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 647/2563ฎีกา 8297/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา