คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 604/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาข้อเท็จจริงโดยมิได้ยกเหตุตามกฎหมายที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 ขึ้นอ้าง ถือว่าเป็นการอนุญาตให้ฎีกาโดยไม่ชอบ
ย่อคำพิพากษา
การที่ศาลชั้นต้นโดยผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนสั่งรับฎีกาจำเลยว่า ข้อเท็จจริงบางอย่างที่จำเลยฎีกาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัย สมควรที่จะให้ศาลฎีกาวินิจฉัยฎีกาของจำเลยได้ จึงอนุญาตให้จำเลยฎีกาข้อเท็จจริงได้นั้นมิได้เป็นการอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงโดยชอบ เพราะการที่จะรับเป็นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 จะต้องปรากฏว่าข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดและอนุญาตให้ฎีกา เมื่อศาลชั้นต้นมิได้ยกเหตุตามกฎหมายขึ้นอ้าง จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการอนุญาตให้ฎีกาโดยชอบ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันลักเรือยนต์ของผู้เสียหาย โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดและพาทรัพย์นั้นไป ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕, ๓๓๖ ทวิ และ ๘๓ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๓ และให้ริบเรือยนต์ของกลางที่จำเลยกับพวกใช้ในการกระทำผิด
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ และ ๓๓๖ ทวิ จำคุก ๓ ปี เรือของกลางที่ใช้ในการกระทำผิดให้ริบ
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษาศาลชั้นต้นซึ่งพิจารณาคดีและลงชื่อในคำพิพากษาอนุญาตให้ฎีกาในข้อเท็จจริงได้
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า จำเลยกับพวกอีกสองคนที่หลบหนีไปร่วมกันลักเรือยนต์เทพพิทักษ์ของนายสุภาพ ขันทสุวรรณ ผู้เสียหาย โดยจำเลยกับพวกใช้เรือยนต์อีกลำหนึ่งชื่อสุภาพชายเป็นยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การลักทรัพย์และพาทรัพย์นั้นไป ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด ๓ ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนคดีจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ จำเลยฎีกาโดยอ้างว่าเป็นปัญหาทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ศาลชั้นต้นโดยผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนเป็นผู้ตรวจสั่งรับฎีกาจำเลยว่า "ข้อเท็จจริงบางอย่างที่จำเลยฎีกาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัย สมควรที่จะให้ศาลฎีกาได้วินิจฉัยฎีกาของจำเลยได้จึงอนุญาตให้จำเลยฎีกาข้อเท็จจริงได้" การที่จะรับเป็นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๑ จะต้องปรากฏว่าข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดและอนุญาตให้ฎีกาได้ แต่คดีนี้ศาลชั้นต้นมิได้ยกเหตุตามบทกฎหมายดังกล่าว จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการอนุญาตให้ฎีกาโดยชอบ
ให้ยกฎีกาจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 604/2526
พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ โจทก์
นายเสรีหรือแก พันธ์นุช จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ · จำเลย - นายเสรีหรือแก พันธ์นุช |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กิติ บูรพรรณ์ · ประสม ศรีเจริญ · ธรรมสถิตย์ ธีรกุล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายประกิต สุขเกษม · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง คล้ายแก้ว |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา