⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 754/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 754/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สินสมรสที่เกิดขึ้นก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 หากสามีภริยาแยกกันอยู่แต่ไม่ได้หย่าขาดจากกัน และไม่มีสินเดิมด้วยกัน สินสมรสจะแบ่งออกเป็นสามส่วน โดยสามีได้สองส่วนและภริยาได้หนึ่งส่วน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของ ล. ก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 แม้โจทก์และ ล.แยกกันอยู่แต่ไม่ปรากฏว่าได้หย่าขาดจากกัน ทั้งโจทก์และ ล. ต่างไม่มีสินเดิมด้วยกัน ดังนั้นเมื่อ ล. ตายสินสมรสต้องแบ่งออกเป็น 3 ส่วน โจทก์ได้ 1 ส่วน ล. ได้ 2 ส่วน (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 655/2495)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1533

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณ ๖๐ ปีก่อนฟ้องโจทก์ได้แต่งงานอยู่กินเป็นสามีภริยากับนายเลาะ ต่างไม่มีสินเดิมมาก่อน มีบุตรด้วยกัน ๑ คนคือนายหวังโจทก์และนายเลาะทำมาหาได้โดยซื้อที่ดินไว้ ๑ แปลงเนื้อที่ ๒๘ ไร่ คือที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๔๒๕ มีชื่อนายเลาะเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ โจทก์มีส่วนเป็นเจ้าของครึ่งหนึ่ง ต่อมานายเลาะได้จำเลยเป็นภรรยา โจทก์จึงแยกไปอยู่กับบุตร ต่อมานายเลาะตาย โจทก์แจ้งให้จำเลยทราบว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของโจทก์ครึ่งหนึ่ง จำเลยว่านายเลาะยกให้จำเลยก่อนตายแล้วนายเลาะยกให้จำเลยโดยโจทก์ไม่ยินยอมด้วย จึงขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการโอนเฉพาะส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ได้เป็นภรรยาของนายเลาะ แต่เป็นภรรยาของคนอื่น ที่ดินตามฟ้องเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๔๒๕ ให้โจทก์ ๑๓ ไร่ ๒ งาน ๙๒ ตารางวา หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยโอนที่พิพาทให้โจทก์ ๙ ไร่ ๖๑ ๑/๓ ตารางวา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้จำเลยโอนที่ดินให้โจทก์ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์เป็นภรรยาชอบด้วยกฎหมายของนายเลาะก่อนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๔๗๘ ที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสระหว่างนายเลาะและโจทก์ โจทก์และนายเลาะแยกกันอยู่ ไม่ปรากฏว่าได้หย่าขาดจากกัน เมื่อนายเลาะตายโจทก์รับว่าทั้งโจทก์และนายเลาะต่างไม่มีสินเดิมด้วยกัน ดังนั้นสินสมรสจึงต้องแบ่งเป็น๓ ส่วน โจทก์ได้ ๑ ส่วน นายเลาะได้ ๒ ส่วน ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๖๖๕/๒๔๙๕ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 754/2526 นางนวน หรือนวล เจ๊ะอาวังหรือเจ๊ะวัง หรือท่าวัง โจทก์ นางเลาะ เจ๊ะอาวังหรือเจ๊ะวัง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางนวน หรือนวล เจ๊ะอาวังหรือเจ๊ะวัง หรือท่าวัง · จำเลย - นางเลาะ เจ๊ะอาวังหรือเจ๊ะวัง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พูน จักรเสน · สุนทร วรรณแสง · เสมา รัตนมาลัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดธัญบุรี - นายสุดใจ ชูนาค · ศาลอุทธรณ์ - นายประพันธ์ ผลฉาย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3875/2525ฎีกา 1028/2564ฎีกา 4433/2536ฎีกา 2414/2538ฎีกา 735/2535ฎีกา 18894/2555ฎีกา 6244/2550ฎีกา 2149/2547ฎีกา 210/2491ฎีกา 8452/2551ฎีกา 6562/2537ฎีกา 4381/2539ฎีกา 2573/2518ฎีกา 3682/2542ฎีกา 8917/2557ฎีกา 3392/2536ฎีกา 8321/2568ฎีกา 267/2538ฎีกา 545/2545ฎีกา 7860/2559ฎีกา 740/2534ฎีกา 3819/2547ฎีกา 5183/2530ฎีกา 2529/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา