⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 872/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 872/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การทิ้งฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 133 ไม่ได้บังคับให้ศาลจำหน่ายคดีเสมอไป หากศาลเห็นสมควรจัดการให้โจทก์ได้ * สัญญาต่างตอบแทนที่สมบูรณ์แล้ว หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา ฝ่ายที่เสียหายชอบที่จะบังคับตามสัญญาได้ * ข้อสัญญาที่กำหนดให้สัญญาสิ้นผลบังคับและลูกหนี้ต้องชดใช้เบี้ยปรับเมื่อผิดนัด ถือเป็นสัญญาที่มีผลบังคับตามกฎหมาย ไม่ใช่เงื่อนไขบังคับก่อน

ย่อคำพิพากษา

การทิ้งฟ้อง กฎหมายไม่ได้บังคับให้จำต้องจำหน่ายคดีเสมอไป แม้โจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่กำหนดให้โจทก์นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยภายใน 7 วัน แต่เมื่อโจทก์ยื่นคำแถลงขอให้ศาลชั้นต้นส่งสำเนาอุทธรณ์มาให้ศาลแพ่งจัดการให้ ศาลชั้นต้นซึ่งถือว่าทำการแทนศาลอุทธรณ์ ก็สั่งว่าจัดการให้ แล้วต่อมาศาลอุทธรณ์ก็มิได้จำหน่ายคดีของโจทก์ตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 133 ให้อำนาจไว้ การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีของโจทก์ต่อมาจึงถือว่าเป็นการกระทำโดยชอบ โจทก์เป็นผู้มีสิทธิซื้อถ่านสังเคราะห์จากบริษัท ด. จำกัด จำเลยทำสัญญาขอรับโอนสิทธิการซื้อถ่านสังเคราะห์จากโจทก์โดยให้ค่าตอบแทนสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาต่างตอบแทนอย่างหนึ่งจึงเป็นสัญญาที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย เมื่อจำเลยผิดสัญญาโจทก์ชอบที่จะบังคับตามสัญญาได้ และไม่จำต้องวินิจฉัยว่าเป็นเรื่องแปลงหนี้ใหม่หรือไม่ ข้อสัญญาที่ว่าหากจำเลยไม่ชำระค่าตอบแทนให้เสร็จในกำหนดตามสัญญาถือว่าสัญญาสิ้นผลบังคับ และจำเลยยินยอมชดใช้เบี้ยปรับแก่โจทก์ ดังนั้นเมื่อจำเลยผิดสัญญาจำเลยจะอ้างสิทธิรับซื้อถ่านสังเคราะห์ในนามโจทก์ต่อไปไม่ได้ กับต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามที่กำหนดไว้เป็นเบี้ยปรับ และสัญญาดังกล่าวมิใช่สัญญาที่มีเงื่อนไขบังคับก่อนที่จะสำเร็จหรือไม่สุดแต่ใจลูกหนี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.133 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.152 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.349 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.350 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิซื้อถ่านสังเคราะห์จากบริษัทดิเรกอุตสาหกรรมถ่านสังเคราะห์ จำกัด เป็นเวลา ๑ ปี จำเลยมีความประสงค์จะได้สิทธิในการซื้อถ่านสังเคราะห์ดังกล่าวของโจทก์ จึงได้ทำสัญญาขอรับโอนสิทธิการซื้อถ่านสังเคราะห์จากโจทก์ โดยให้ค่าตอบแทนแก่โจทก์๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท และจะชำระเงินค่าตอบแทนให้โจทก์ภายในวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๒๒ หากผิดนัด จำเลยยอมชดใช้เบี้ยปรับให้แก่โจทก์เป็นเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์ได้แจ้งการโอนสิทธิตามสัญญาดังกล่าวให้บริษัทดิเรกอุตสาหกรรมถ่านสังเคราะห์ จำกัด ทราบแล้ว จำเลยได้เข้าไปรับสิทธิและประโยชน์ตามสัญญาที่ได้รับโอนไปถูกต้องตามความประสงค์ของจำเลยทุกประการ แต่จำเลยผิดสัญญาไม่ชำระเงินค่าตอบแทน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ให้โจทก์ โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยเพิกเฉย เป็นเหตุให้โจทก์เสียหายคิดเป็นเงินไม่ต่ำกว่า ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาทจึงขอให้บังคับจำเลยชำระเงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า สัญญาซื้อขายถ่านสังเคราะห์ระหว่างโจทก์กับบริษัทดิเรกอุตสาหกรรมถ่านสังเคราะห์ จำกัด เป็นสัญญาต่างตอบแทน การที่โจทก์จะโอนสิทธิการซื้อให้กับจำเลยนั้น เป็นการแปลงหนี้ใหม่ โดยเปลี่ยนตัวเจ้าหนี้และลูกหนี้ ซึ่งจะต้องทำสัญญากันทั้งสามฝ่าย คือ บริษัทดิเรกอุตสาหกรรมถ่านสังเคราะห์ จำกัด กับโจทก์และจำเลย ดังนั้นการโอนสิทธิการซื้อถ่านสังเคราะห์ระหว่างโจทก์จำเลยจึงไม่เกิดขึ้น จำเลยจึงไม่ต้องชำระเงินให้โจทก์ และโจทก์บอกเลิกสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกเงิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท จากจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๐ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่โจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่กำหนดให้โจทก์นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยภายใน ๗ วัน ถือว่าทิ้งฟ้องอุทธรณ์ทำให้อุทธรณ์ของโจทก์ที่ศาลอุทธรณ์รับไว้พิจารณาไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การทิ้งฟ้อง กฎหมายไม่ได้บังคับให้จำหน่ายคดีเสมอไป เมื่อโจทก์ยื่นคำแถลงลงวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๒๔ ขอให้ศาลจังหวัดเชียงใหม่ส่งสำเนาอุทธรณ์มาให้ศาลแพ่งจัดการให้ ศาลจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งถือว่าทำการแทนศาลอุทธรณ์ ก็สั่งว่าจัดการให้และต่อมาศาลอุทธรณ์ก็มิได้จำหน่ายคดีของโจทก์ตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๓ ให้อำนาจไว้ ฉะนั้นการที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีของโจทก์ต่อมาจึงถือว่าเป็นการกระทำโดยชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยในเรื่องนี้ฟังไม่ขึ้น ฎีกาจำเลยในข้อกฎหมายอีกข้อหนึ่งที่ว่า สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยเป็นการแปลงหนี้ใหม่โดยเปลี่ยนตัวเจ้าหนี้ ลูกหนี้ จะทำกันแบบโอนสิทธิเรียกร้องตามเอกสารหมาย จ.๒ ไม่ได้ นั้น พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาต่างตอบแทนอย่างหนึ่งที่โจทก์โอนสิทธิในฐานะผู้ซื้อให้จำเลยและจำเลยตกลงจะชำระเงินจำนวน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ให้แก่โจทก์จึงเป็นสัญญาที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย เมื่อจำเลยผิดสัญญาประการใด โจทก์ก็ชอบที่จะว่ากล่าวตามสัญญาได้และไม่จำต้องวินิจฉัยว่าเป็นเรื่องแปลงหนี้ใหม่ ฎีกาของจำเลยในเรื่องนี้ฟังไม่ขึ้น สำหรับฎีกาของจำเลยที่ว่า จำเลยมิได้เป็นฝ่ายผิดสัญญาตามเอกสารหมาย จ.๒ ข้อ ๔ เพราะข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยในข้อนี้เป็นการให้สิทธิแก่จำเลยที่จะเลือกเอาการชำระหนี้ตอบแทนหรือไม่ก็ได้ และเมื่อจำเลยเลือกเอาในทางไม่ชำระหนี้สิทธิของโจทก์ที่จะบังคับตามสัญญานั้นจึงไม่เกิดขึ้นนั้น พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ตามสัญญาเอกสารหมาย จ.๒ ข้อ ๔ มีข้อความว่า "เงินค่าตอบแทนจำนวน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาทถ้วน) ตามสัญญาฉบับนี้ ผู้รับโอนตกลงจะชำระให้แก่ผู้โอน เป็นที่เสร็จสิ้นภายในกำหนดวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๒๒ หากผู้รับโอนไม่ชำระให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดเวลาดังกล่าวไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้ถือว่าสัญญาฉบับนี้สิ้นผลบังคับตามกฎหมายทันทีและผู้รับโอนยินยอมชดใช้เบี้ยปรับให้แก่ผู้โอนเป็นเงินจำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) ทันทีด้วย" ซึ่งพิเคราะห์จากสัญญาดังกล่าวแล้ว จะเห็นได้ว่า ถ้าจำเลยไม่ชำระเงินค่าตอบแทน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ภายในวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๒๒ จำเลยก็จะต้องตกเป็นฝ่ายผิดสัญญาและสัญญานั้นเป็นอันสิ้นผลบังคับกล่าวคือจำเลยจะอ้างสิทธิใด ๆ เข้าไปรับซื้อถ่านสังเคราะห์จากบริษัทดิเรกอุตสาหกรรมถ่านสังเคราะห์ จำกัด ในนามโจทก์ต่อไปไม่ได้และจำเลยก็จะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ ซึ่งคู่สัญญากำหนดกันไว้ล่วงหน้าเป็นเบี้ยปรับจำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท หาใช่ว่าเมื่อสัญญาสิ้นผลบังคับแล้วจำเลยจะไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ และการที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินจากจำเลย ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ตามฟ้องก็เห็นได้ชัดว่า โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายเท่าจำนวนที่จำเลยจะต้องชำระค่าตอบแทนให้โจทก์เท่านั้น หาใช่เป็นการฟ้องเรียกค่าตอบแทนตามสัญญาไม่ และสัญญาดังกล่าวก็มิใช่สัญญาที่มีเงื่อนไขบังคับก่อนที่จะสำเร็จหรือไม่สุดแต่ใจของลูกหนี้ตามความเข้าใจของจำเลย ฎีกาของจำเลยในเรื่องนี้จึงฟังไม่ขึ้นเช่นเดียวกัน จำเลยฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า โจทก์ไม่เสียหายและสืบไม่สมว่ามีพฤติการณ์พิเศษอย่างไรนั้น พออนุโลมได้ว่า ค่าเสียหายที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้โจทก์นั้นไม่ถูกต้อง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ค่าเสียหายในเรื่องนี้คู่สัญญากำหนดกันไว้ล่วงหน้าเป็นเบี้ยปรับจำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งถ้าสูงเกินส่วนศาลก็มีอำนาจลดได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๓ ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้โจทก์ไม่ได้นำสืบให้ศาลเห็นว่าหลังจากที่จำเลยผิดสัญญาแล้ว โจทก์ได้รับความเสียหายหรือไม่อย่างไร เช่นโจทก์จะต้องรับภาระเป็นผู้ซื้อทำให้ขาดทุนหรือถูกบริษัทดิเรกอุตสาหกรรมถ่านสังเคราะห์ จำกัด ปรับหรือต้องเสียค่าใช้จ่ายในการหาซื้อรายใหม่ คงมีแต่ข้อเท็จจริงที่ว่าในเดือนธันวาคม ๒๕๒๑ นายสมบูรณ์ นันทะวิวัฒน์ และนายกิติ อาสาสรรพกิจมาขอซื้อถ่านสังเคราะห์จากโจทก์ในราคากิโลกรัมละ ๓ บาท ซึ่งไม่แน่ว่าจะเป็นความจริงหรือไม่ เพราะโจทก์ไม่ได้นำบุคคลทั้งสองมาเบิกความสนับสนุนและไม่ได้ความว่าหลังจากจำเลยผิดสัญญาแล้ว โจทก์เคยไปติดต่อขายให้ใครบ้าง แต่จำเลยนำสืบว่าความผิดพลาดของเรื่องนี้อยู่ที่บริษัทดิเรกอุตสาหกรรมถ่านสังเคราะห์ จำกัด ผลิตถ่านไม่ได้ ซึ่งถึงอย่างไรโจทก์ก็ไม่เสียหาย ฉะนั้นจึงเห็นได้ว่าความเสียหายของโจทก์ในเรื่องนี้ไม่แน่นอน การที่ศาลอุทธรณ์กำหนดค่าเสียหายให้โจทก์ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เท่าเบี้ยปรับนั้นเป็นการสูงเกินส่วน สมควรกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์เพียง ๒๐๐,๐๐๐ บาท ฎีกาของจำเลยในเรื่องนี้ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยจนกว่าจะชำระเสร็จ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 872/2526 นายสมโพธิ นิมากร โจทก์ นายมนตรี วิสารทสกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมโพธิ นิมากร · จำเลย - นายมนตรี วิสารทสกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระ ทรัพยไพศาล · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · สุชาติ จิวะชาติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายรัตน กองแก้ว · ศาลอุทธรณ์ - นายปรานอม มหรรณพ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6025/2538ฎีกา 2467/2526ฎีกา 2036/2542ฎีกา 2018/2548ฎีกา 6631/2568ฎีกา 621/2519ฎีกา 2983/2549ฎีกา 8366/2557ฎีกา 1490/2538ฎีกา 9649/2555ฎีกา 1627/2505ฎีกา 1084/2539ฎีกา 3474/2538ฎีกา 1896/2492ฎีกา 581/2502ฎีกา 4564/2543ฎีกา 8543/2544ฎีกา 923/2523ฎีกา 1687/2497ฎีกา 279/2513ฎีกา 3601/2530ฎีกา 2838/2539ฎีกา 1376/2512ฎีกา 1454/2514
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา