คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1021/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำขอให้พิจารณาใหม่ต้องระบุเหตุที่ขาดนัดและข้อคัดค้านคำชี้ขาดของศาลโดยละเอียดและชัดแจ้งทั้งสองประการ
ย่อคำพิพากษา
คำขอให้พิจารณาใหม่นั้น คู่ความจะต้องกล่าวถึงเหตุที่ขาดนัดประการหนึ่ง และข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลอีกประการหนึ่งโดยละเอียดและชัดแจ้งทั้ง 2 ประการ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 208 วรรคท้าย เมื่อปรากฏว่าคำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยทั้งสองกล่าวแต่เหตุที่จำเลยทั้งสองขาดนัดแต่เพียงประการเดียว ไม่ได้กล่าวโดยละเอียดและชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำชี้ขาดของศาลคำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยทั้งสองจึงไม่ชอบ ด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 วรรคท้าย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เช่าซื้อรถยนต์ไปจากโจทก์โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์ในสภาพเรียบร้อยคืนแก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ขอให้ใช้ราคา 120,000 บาทให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหาย 24,300 บาท และค่าเสียหายวันละ 200 บาท หรือเดือนละ 6,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะส่งมอบรถยนต์คืนหรือใช้ราคาเสร็จ กับให้จำเลยทั้งสองชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีในต้นเงิน 24,300 บา นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ส่งมอบรถยนต์คืนแก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ราคา 120,000 บาท กับให้ใช้ค่าเสียหาย 15,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และใช้ค่าเสียหายเดือนละ 2,500 บาท นับแต่วันฟ้องจนถึงวันส่งคืนหรือใช้ราคารถยนต์เสร็จ
จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ อ้างว่าจำเลยทั้งสองไม่ทราบว่าถูกโจทก์ฟ้อง เพราะจำเลยทั้งสองไปประกอบธุรกิจอยู่จังหวัดเชียงรายมิได้จงใจขาดนัด หากจำเลยทั้งสองมีโอกาสยื่นคำให้การและต่อสู้คดีแล้ว จำเลยทั้งสองมีพยานหลักฐานที่จะชนะคดีโจทก์ได้
ศาลชั้นต้นเห็นว่า คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยทั้งสองมิได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลชั้นต้น ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 วรรคสอง จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำขอให้พิจารณาใหม่นั้น คู่ความจะต้องกล่าวถึงเหตุที่ขาดนัดประการหนึ่ง และข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลอีกประการหนึ่งโดยละเอียดและชัดแจ้งทั้ง 2 ประการ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 วรรคท้าย เมื่อปรากฏว่าคำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยทั้งสองกล่าวแต่เหตุที่จำเลยทั้งสองขาดนัดแต่เพียงประการเดียว การที่จำเลยทั้งสองกล่าวมาในคำขอว่า หากจำเลยทั้งสองได้มีโอกาสยื่นคำให้การและต่อสู้คดีแล้ว จำเลยทั้งสองมีพยานหลักฐานที่จะชนะคดีโจทก์ได้อย่างแน่นอน และจะทำให้คำพิพากษาของศาลเปลี่ยนแปลงไปนั้นถือไม่ได้ว่า จำเลยทั้งสองได้กล่าวโดยละเอียดและชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลแล้ว คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยทั้งสองจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 วรรคท้ายส่วนที่จำเลยทั้งสองอ้างว่า ข้อความรายละเอียดถึงการคัดค้านคำพิพากษาของศาลชั้นต้น และทางชนะคดีของจำเลยทั้งสองโดยชัดแจ้งและละเอียดพอแล้วนั้นปรากฏอยู่ในคำร้องขอยื่นคำให้การ และคำให้การของจำเลยที่ยื่นต่อศาลพร้อมคำขอให้พิจารณาใหม่แล้วนั้น คำร้องขอยื่นคำให้การและคำให้การที่ยื่นไว้ดังกล่าว มิใช่คำขอให้พิจารณาใหม่ หรือเป็นส่วนหนึ่งของคำขอให้พิจารณาใหม่ จึงไม่อาจนำมาพิจารณาร่วมกับคำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยทั้งสองได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1021/2527
บริษัท สยามเครดิต จำกัดโดย นายนเรนทร์ อุนานุภาพ นายสมศักดิ์ ฉันทานุศาสน์ โจทก์
นายสนิท จันทร์แจ่ม ที่ 1 นายเวียงชัย อักษรณรงค์ ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัท สยามเครดิต จำกัดโดย นายนเรนทร์ อุนานุภาพ นายสมศักดิ์ ฉันทานุศาสน์ · จำเลย - นายสนิท จันทร์แจ่ม ที่ 1 นายเวียงชัย อักษรณรงค์ ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรีชา พานิชวงศ์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ปรานอม มหรรณพ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา