⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1239/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1239/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำบอกเล่าของจำเลยที่กล่าวร้ายเสียประโยชน์และไม่เป็นคุณแก่ตน ย่อมมีน้ำหนักรับฟังประกอบพฤติการณ์แวดล้อมให้เชื่อว่าจำเลยร่วมกระทำความผิดได้

ย่อคำพิพากษา

แม้ขณะมีการขว้างปาระเบิดโจทก์จะไม่มีพยานรู้เห็นการกระทำของคนร้ายก็ตาม แต่คำบอกเล่าของจำเลยว่าตนเป็นผู้ก่อเหตุร้ายต่อพยานโจทก์ เป็นการกล่าวร้ายเสียประโยชน์และไม่เป็นคุณแก่ตนย่อมมีน้ำหนักที่จะรับฟังประกอบกับพฤติการณ์แวดล้อมกรณีอันเกี่ยวกับการกระทำทั้งหลายให้เชื่อได้ว่าจำเลยร่วมกันกระทำความผิดจริง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.95

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ลูกระเบิดขว้างแบบสังหารเป็นอาวุธขว้างใส่ฝูงชนที่โรงรำวงภายในบริเวณงานเฉลิมพระชนมพรรษาโดยเจตนาฆ่าฝูงชนดังกล่าว ลูกระเบิดได้ระเบิดขึ้น เป็นเหตุให้มีคนตายและได้รับอันตรายแก่กายอีกหลายคน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 221, 224, 80, 83 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นตามมาตรา 288 บทหนึ่ง และฐานร่วมกันทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตายตามมาตรา 221, 224 อีกบทหนึ่ง เป็นการกระทำกรรมเดียว ให้ลงโทษตามมาตรา 224 ซึ่งเป็นบทหนัก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า คืนเกิดเหตุพลตำรวจสาโรจน์กับจำเลยทั้งสองพากันไปเที่ยวงาน ก่อนจะพากันเข้าไปในบริเวณงาน จำเลยที่ 1หยุดถ่ายปัสสาวะฝากลูกระเบิดที่นำมาด้วยให้พลตำรวจสาโรจน์ถือไว้ เมื่อถ่ายปัสสาวะเสร็จพลตำรวจสาโรจน์ได้คืนลูกระเบิด จำเลยที่ 1 รับไว้แล้วใส่กระเป๋ากางเกงตามเดิม ระหว่างเดินเที่ยวงานได้พบกับพลตำรวจเหมียนพลตำรวจพากย์ กับพวกเพื่อนตำรวจประจำสถานีตำรวจเดียวกัน 3-4 คนนั่งดื่มสุราในร้านขายอาหาร จึงแวะเข้าไปร่วมวงสุราด้วย เวลาประมาณ23 นาฬิกา จำเลยที่ 1 พูดขึ้นว่าจะเอาลูกระเบิดไปขว้างใส่โรงรำวงคณะเจียรตนาเพราะมีเรื่องกับพวกคณะรำวงอยู่ก่อนหน้านั้น โดยในคืนก่อนหน้าจะถึงคืนเกิดเหตุ 2 คืน จำเลยทั้งสองกับพวกเพื่อนทหารพรานหลายคนพากันขึ้นจะขอรำวง แต่ไม่ยอมเสียเงิน จึงเกิดทะเลาะโต้เถียงกับกองเชียร์คณะรำวง จำเลยทั้งสองกับพวกพูดขู่ว่าจะขว้างระเบิด ห้ามไม่ให้มีการรำวงในคืนต่อ ๆ ไป หากไม่ฟังจะเอาระเบิดมาขว้าง แต่คณะรำวงยังคงเปิดการแสดงในคืนต่อ ๆ มาตามปกติ พลตำรวจสาโรจน์พูดห้ามปราม จำเลยทั้งสองไม่เชื่อ ลุกจากวงสุราตรงไปยังโรงรำวง จำเลยทั้งสองหายไปไม่นานนักมีเสียงระเบิดดังขึ้น ผู้คนแตกตื่นวิ่งหนี คืนนั้นเองพลตำรวจสาโรจน์ออกจากงานจะไปขึ้นรถยนต์โดยสารกลับได้พบกับจำเลยทั้งสอง จำเลยที่ 2 ได้พูดว่าได้ขว้างระเบิดเสร็จเรียบร้อยแล้ว รุ่งขึ้นพลตำรวจพากย์ประจำฐานปฏิบัติการเดียวกับจำเลยทั้งสอง พบกับจำเลยทั้งสองที่ฐานปฏิบัติการ จำเลยทั้งสองได้พูดบอกพลตำรวจพากย์ต่อหน้าเพื่อน ๆ ร่วมฐานปฏิบัติการว่าเป็นคนเอาระเบิดไปขว้างใส่โรงรำวงตอนเกิดเหตุ แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า แม้ขณะมีการขว้างปาระเบิดโจทก์จะไม่มีพยานรู้เห็นการกระทำของคนร้ายก็ตามแต่คำบอกเล่าของจำเลยทั้งสองว่าตนเป็นผู้ก่อเหตุร้ายต่อพยานโจทก์ทั้งสองดังกล่าว เป็นการกล่าวร้ายเสียประโยชน์และไม่เป็นคุณแก่ตน ย่อมมีน้ำหนักที่จะรับฟังประกอบกับพฤติการณ์แวดล้อมกรณีอันเกี่ยวกับการกระทำทั้งหลายให้เชื่อได้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดดังข้อนำสืบของโจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1239/2527 พนักงานอัยการจังหวัดตรัง โจทก์ นายบุญฤทธิ์ หรือนายเอียด พลนาค กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดตรัง · จำเลย - นายบุญฤทธิ์ หรือนายเอียด พลนาค กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน · พิชัย วุฒิจำนงค์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 3428/2530ฎีกา 2501/2526ฎีกา 884/2497ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 9117/2539ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา