⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1380/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1380/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นิติกรรมที่ทำขึ้นโดยรู้ว่าจะเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบนั้น เจ้าหนี้มีสิทธิฟ้องให้เพิกถอนนิติกรรมนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

บรรยายฟ้องว่าโจทก์เช่าซื้อที่ดินและห้องแถวจากจำเลยที่1 ได้ชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วนแล้ว ต่อมาโจทก์ทราบว่าระหว่างที่โจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้ออยู่นั้น จำเลยที่ 1ได้ขายฝากที่ดินและห้องแถวดังกล่าวแก่จำเลยที่ 2 โดยจำเลยทั้งสองรู้ดีว่าที่ดินและห้องแถวนั้นโจทก์ได้เช่าซื้อจากจำเลยที่ 1 อยู่ก่อนแล้ว นิติกรรมการขายฝากที่จำเลยทั้งสองร่วมกันทำจึงเป็นนิติกรรมอันเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบ ขอให้พิพากษาว่านิติกรรมการขายฝากไม่ผูกพันโจทก์ ให้เพิกถอนทำลายนิติกรรมการขายฝากเสียและให้จำเลยจัดการโอนที่ดินและห้องแถวให้โจทก์. ดังนี้ เป็นเรื่องโจทก์ฟ้องกล่าวอ้างว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันทำนิติกรรมขายฝากโดยรู้อยู่ว่าเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบ โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องได้ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1162-1163-1164/2497)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.118 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๖ โจทก์เช่าซื้อที่ดินบางส่วนในโฉนดเลขที่ ๕๖๙๔ พร้อมห้องแถวจำนวน ๓ ห้องจากจำเลยที่ ๑ โจทก์ชำระราคาเช่าซื้อในวันทำสัญญาจำนวนหนึ่ง ที่เหลือให้ผ่อนชำระราคาจนครบถ้วนเมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๒๔ เมื่อประมาณ ๒ - ๓ เดือนก่อนฟ้อง โจทก์ทราบว่าเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๗ จำเลยที่ ๒ ให้จำเลยที่ ๑ กู้เงินและจำเลยที่ ๑ ได้จดทะเบียนขายฝากที่ดินพร้อมห้องแถว ๖ ห้องตามโฉนดเลขที่ ๕๖๙๔ ซึ่งรวมทั้งที่ดินและห้องแถวที่จำเลยที่ ๑ ได้ให้โจทก์เช่าซื้อไปแล้วแก่จำเลยที่ ๒ เพื่อเป็นหลักประกันหนี้กู้ยืมดังกล่าว โดยจำเลยทั้งสองไม่ประสงค์ให้ผูกพันกันตามสัญญาขายฝากเลย แต่มุ่งประสงค์จะให้ผูกพันกันในเรื่องกู้ยืมเท่านั้น และตกลงกันว่า หากจำเลยที่ ๑ นำต้นเงินและดอกเบี้ยมาชำระเมื่อใด จำเลยที่ ๒ จะไปจดทะเบียนโอนที่ดินพร้อมห้องแถวคืนแก่จำเลยที่ ๑ ทันที ต่อมาปลายปี พ.ศ. ๒๕๒๔ จำเลยที่ ๒ ไม่ยอมรับชำระหนี้เงินกู้ยืมที่จำเลยที่ ๑ นำไปชำระและไม่ยอมจดทะเบียนโอนที่ดินคืนแก่จำเลยที่ ๑ การกระทำของจำเลยทั้งสองที่ทำการจดทะเบียนขายฝากแก่กันทั้ง ๆ ที่รู้ดีว่าที่ดินตามโฉนดดังกล่าวพร้อมห้องแถว ๓ ห้องโจทก์ได้เช่าซื้อจากจำเลยที่ ๑ อยู่ก่อนแล้ว จึงเป็นนิติกรรมอันเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของหนี้เสียเปรียบ ทำให้โจทก์เสียหาย ไม่อาจไปจดทะเบียนโอนสิทธิแก่โจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาว่า นิติกรรมการขายฝากที่ดินเฉพาะส่วนที่โจทก์เช่าซื้อพร้อมห้องแถว ๓ ห้องซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินดังกล่าวไม่มีผลบังคับตามกฎหมายและไม่ผูกพันโจทก์ให้เพิกถอนทำลายนิติกรรมขายฝากดังกล่าวเสีย แล้วให้จำเลยดำเนินการแบ่งแยกจดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าวพร้อมห้องแถวจำนวน ๓ ห้องดังกล่าวให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ไปก็ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้ว เห็นว่าโจทก์ชำระค่าเช่าซื้อครบเมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๒๔ ซึ่งเป็นระยะเวลาภายหลังจากทรัพย์พิพาทหลุดเป็นของจำเลยที่ ๒ ผู้รับซื้อฝากแล้ว หากโจทก์เสียหายอย่างไรก็ชอบที่จะว่ากล่าวแก่จำเลยที่ ๑ ต่างหาก โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพิกถอนการจดทะเบียนขายฝาก พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการขายฝากระหว่างจำเลยทั้งสอง อันเป็นนิติกรรมอำพรางการกู้ยืมเงินและจำเลยที่ ๒ รู้ว่าเป็นทางให้โจทก์เสียเปรียบ ถ้าข้อเท็จจริงเป็นอย่างโจทก์ฟ้อง โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้อง พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องไว้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามที่ศาลอุทธรณ์กล่าวว่าโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการขายฝากระหว่างจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ โดยอ้างว่าเป็นนิติกรรมอำพรางนั้น ศาลฎีกาตรวจคำฟ้องของโจทก์แล้วไม่มีข้อความตอนใดที่ระบุว่านิติกรรมขายฝากรายนี้เป็นนิติกรรมอำพราง โจทก์เพียงแต่กล่าวอ้างว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันทำนิติกรรมขายฝากรายนี้โดยรู้อยู้ว่าเป็นทางให้โจทก์ ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบเท่านั้น ซึ่งโจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องได้ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๖๒ - ๑๑๖๓ - ๑๑๖๔/๒๔๙๗ ที่ศาลอุทธรณ์ให้รับฟ้องไว้พิจารณาชอบแล้ว พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1380/2527 นางเสงี่ยม สระศรีรัตน์ โจทก์ นางนิจติยา ภูแก้ว หรือเที่ยงสูงเนิน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเสงี่ยม สระศรีรัตน์ · จำเลย - นางนิจติยา ภูแก้ว หรือเที่ยงสูงเนิน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทวี กสิยพงศ์ · ดุสิต วราโห · พิพัฒน์ จักรางกูร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายชัชลิต ละเอียด · ศาลอุทธรณ์ - นายวิรุฬห์ วิวัธวานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2749/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 272/2490ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 6105/2531ฎีกา 2345/2540ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 863/2524ฎีกา 991/2548ฎีกา 1170/2505ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา