คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1436/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกจ้างไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายจ้าง แม้จะเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย หากไม่ถึงขั้นเป็นกรณีร้ายแรงตามกฎหมายแล้ว นายจ้างจะเลิกจ้างโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
ศาลแรงงานกลางมิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า โจทก์พิมพ์หนังสือตอบรับ (สมาชิก) เข้าร่วมโครงการไม่เสร็จ และโจทก์ไม่เต็มใจต้อนรับบุคคลที่จะสมัครเป็นสมาชิกในโครงการการ์ดเพื่อความประหยัดสำหรับวัยรุ่นของจำเลยนั้น เป็นการขัดคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรงหรือไม่ แต่หากโจทก์ได้กระทำการดังกล่าวจริง ก็หาเป็นการขัดคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลยอันเป็นกรณีร้ายแรงไม่ เพราะเมื่อโจทก์ไม่ยอมทำ จำเลยก็มิได้ถือว่าเป็นความผิด แต่กลับอ้อนวอนให้โจทก์ช่วยทำเป็นหลายครั้ง เมื่อการกระทำของโจทก์ไม่เป็นการขัดคำสั่งกรณีที่ร้ายแรงอันต้อง ด้วย ข้อยกเว้นตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 47(3) เสียแล้ว การที่โจทก์เลิกจ้างจำเลย จึงต้องบอกกล่าวและต้องจ่ายค่าชดเชย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลมีจำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำตำแหน่งครั้งสุดท้ายเป็นพนักงานบัญชีต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิด เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๙ ทำให้โจทก์เสียหาย จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า จ่ายค่าจ้างไม่ครบ และไม่จ่ายค่าชดเชย ขอให้ศาลบังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างค้างชำระ สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย
จำเลยทั้งสองให้การว่าโจทก์มิได้เป็นพนักงานบัญชีแต่มีหน้าที่ต้องปฏิบัติงานทุกอย่างตามที่จำเลยมอบหมาย เหตุที่จำเลยเลิกจ้างเพราะโจทก์ปฏิเสธไม่ยอมทำงานในโครงการการ์ดเพื่อความประหยัดของวัยรุ่นตามที่จำเลยมอบหมาย อันเป็นการขัดคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายหลายครั้ง และโจทก์ขาดงาน เป็นการผิดสัญญาจ้างแรงงาน ขัดคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลยและละทิ้งหน้าที่การงานเป็นเวลาเกินกว่าสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควรเพราะเป็นการกระทำอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริตจำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและค่าเสียหายค่าจ้างค้างชำระเพราะโจทก์ทำงานไม่เต็มเดือน
ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างค้างชำระและค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ย
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางมิได้วินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงในประเด็นว่า โจทก์พิมพ์หนังสือตอบรับ (สมาชิก) เข้าร่วมโครงการไม่เสร็จ และโจทก์ไม่เต็มใจต้อนรับบุคคลที่จะสมัครเป็นสมาชิกในโครงการอันจะเป็นการขัดคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรงหรือไม่ แต่หากโจทก์ได้กระทำการดังกล่าวจริงก็หาเป็นการขัดคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลยทั้งสองอันเป็นกรณีที่ร้ายแรงไม่ เพราะเมื่อโจทก์ไม่ยอมทำ จำเลยก็มิได้ถือว่าเป็นความผิด แต่กลับอ้อนวอนให้โจทก์ช่วยทำเป็นหลายครั้ง เมื่อการกระทำของโจทก์ไม่เป็นการขัดคำสั่งกรณีที่ร้ายแรงอันต้องด้วยข้อยกเว้นตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๔๗(๓) การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและต้องจ่ายค่าชดเชย
ข้อที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้นำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๘๓มาปรับแก่คดี ซึ่งจำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้านั้น ปรากฏว่าข้อเท็จจริงที่จำเลยยกขึ้นอ้างในอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๕๘๓ จะนำบทมาตราดังกล่าวมาปรับแก่คดีหาได้ไม่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1436/2527
นางสาวขวัญเรือน โคกขุนทด โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซี.เอส.แอล.แอนด์พี. แอ๊ดเวอร์ไทซิ่ง กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวขวัญเรือน โคกขุนทด · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซี.เอส.แอล.แอนด์พี. แอ๊ดเวอร์ไทซิ่ง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จุนท์ จันทรวงศ์ · ขจร หะวานนท์ · วรา ไวยหงษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายสนิท นิติธรรมาศ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา