คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1712/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นายจ้างต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้าง และนายจ้างมีสิทธิไล่เบี้ยเอาแก่ลูกจ้างได้ตามมาตรา 425 และ 426 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเป็นลูกจ้างโจทก์ ขับรถของโจทก์ไปชนกับรถของบุคคลภายนอก แม้รถยนต์ชนกันครั้งนี้จะเกิดจากจำเลยทำละเมิดและรถยนต์ที่จำเลยขับซึ่งเป็นของโจทก์มีสภาพบกพร่องห้ามล้อไม่ดีแต่โจทก์ก็ไม่ใช่คู่กรณีผู้ได้รับความเสียหายจากการทำละเมิดของจำเลยจึงไม่ใช่เรื่องโจทก์เป็นผู้เสียหายและมีส่วนทำผิดก่อให้เกิดความเสียหายซึ่งจะต้องปรับด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 442, 223เพื่อเฉลี่ยความรับผิดตามข้อต่อสู้ของจำเลยกรณีนี้เป็นเรื่องโจทก์ต้องร่วมรับผิดในฐานะนายจ้างชดใช้ค่าเสียหายแล้วใช้สิทธิ ไล่เบี้ยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425, 426 เท่านั้นที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์มีส่วนก่อให้เกิดความ เสียหายและพิพากษาให้จำเลยรับผิดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวแก่โจทก์เพียงบางส่วนจึงไม่ถูกต้อง จำเลยต้องชำระค่าเสียหายที่โจทก์จ่ายให้บุคคลภายนอกไปเต็มจำนวน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นลูกจ้างโจทก์มีตำแหน่งเป็นพนักงานขับรถ เมื่อวันที่๖ มิถุนายน ๒๕๒๐ จำเลยได้ขับรถคันหมายเลขทะเบียน กท.ผ.๘๑๓๙ ไปใช้ในธุรกิจส่วนตัวโดยมิได้รับอนุญาตจากโจทก์ จำเลยขับรถโดยประมาท ทำให้รถยนต์ที่จำเลยขับเฉี่ยวชนกับรถยนต์นั่งหมายเลขทะเบียน ๔ ค-๗๗๐๓ ของนายพรชัยทำให้รถทั้งสองคันได้รับความเสียหายและคนในรถของนายพรชัยได้รับบาดเจ็บต่อมาจำเลยถูกฟ้องและศาลพิพากษาลงโทษจำคุก ๑๕ วัน และปรับ ๘๐๐ บาทโทษจำรอการลงโทษไว้มีกำหนดหนึ่งปี ต่อมานายพรชัยได้ฟ้องจำเลยกับโจทก์ให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหาย ศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยกับโจทก์ ร่วมกันชำระเงินแก่นายพรชัย ๙๔,๗๒๓ บาท พร้อมดอกเบี้ย คดีถึงที่สุด โจทก์จึงต้องชำระเงินให้แก่นายพรชัย ๑๑๘,๔๐๘ บาท โจทก์ในฐานะนายจ้างของจำเลยมีสิทธิไล่เบี้ยให้จำเลยชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๔๒๖ เต็มจำนวน และจำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่รถโจทก์ได้รับเป็นเงินอีก ๓๓,๕๕๑ บาท ทวงถามแล้ว จำเลยเพิกเฉย ขอให้ศาลพิพากษาบังคับ
จำเลยให้การว่า รถยนต์ชนกันครั้งนี้มิได้เกิดจากความประมาทของจำเลยแต่เป็นเหตุสุดวิสัย หากฟังว่าจำเลยเป็นผู้ทำละเมิด โจทก์ก็มีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายด้วยเพราะรถยนต์ของโจทก์มีห้ามล้อมือ ห้ามล้อเท้าและระบบสัญญาณไฟใช้การไม่ได้ จำเลยแจ้งให้โจทก์ทราบหลายครั้ง แต่เจ้าหน้าที่กองบริการของโจทก์อ้างว่าไม่มีงบประมาณ จำเลยจึงต้องนำรถที่มีสภาพบกพร่องใช้ในทางการที่จ้างของโจทก์เรื่อยมาจนเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ ถือได้ว่าโจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายมีส่วนกระทำความผิดก่อให้เกิดความเสียหายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๒๓ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดเต็มจำนวนที่โจทก์ได้ชำระให้แก่บุคคลภายนอก และต่อสู้ว่าค่าซ่อมรถของโจทก์เป็นเงินเพียง ๑๖,๒๔๕ บาทและค่าเสียหายส่วนนี้ขาดอายุความแล้ว ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่าจำเลยทำละเมิดตามฟ้องจริง และไม่พอถือว่าโจทก์มีส่วนร่วมทำความผิดก่อให้เกิดความเสียหายด้วย โจทก์มีสิทธิให้จำเลยชำระเงินค่าสินไหมทดแทนได้เต็มจำนวนในส่วนที่โจทก์จ่ายแทนจำเลยไปแต่ค่าเสียหายเป็นค่าซ่อมรถยนต์โจทก์ โจทก์ฟ้องเกิน ๑ ปี คดีขาดอายุความพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ ๑๑๕,๕๙๖ บาท พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์มีส่วนประมาทด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๘๐,๐๐๐ บาท
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้รถยนต์ชนกันครั้งนี้จะเกิดจากจำเลยทำละเมิดและรถยนต์ที่จำเลยขับซึ่งเป็นของโจทก์มีสภาพบกพร่องห้ามล้อไม่ดีด้วย แต่โจทก์ไม่ใช่คู่กรณีผู้ได้รับความเสียหายจากการทำละเมิดของจำเลยจึงไม่ใช่เรื่องโจทก์เป็นผู้เสียหายและมีส่วนทำผิดก่อให้เกิดความเสียหายซึ่งจะต้องปรับด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๒, ๒๒๓ เพื่อเฉลี่ยความรับผิดตามข้อต่อสู้ของจำเลย กรณีนี้เป็นเรื่องโจทก์ต้องร่วมรับผิดในฐานะนายจ้างชดใช้ค่าเสียหายแล้วใช้สิทธิไล่เบี้ยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๔๒๕, ๔๒๖ เท่านั้น ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์มีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายและพิพากษาให้จำเลยรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เพียงบางส่วนจึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา
พิพากษาแก้ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1712/2527
การไฟฟ้านครหลวง โจทก์
นายประหยัด อยู่มา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - การไฟฟ้านครหลวง · จำเลย - นายประหยัด อยู่มา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดำรง สายเชื้อ · อาจ ปัญญาดิลก · ไพศาล สว่างเนตร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายก้าน อันนานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสียง ตรีวิมล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา