⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1816/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1816/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หลักกฎหมาย: * การส่งหมายนัดโดยปิดหมาย ณ ภูมิลำเนาที่ระบุในสัญญาประกัน ถือว่าเป็นการส่งหมายที่ชอบด้วยกฎหมาย หากนายประกันได้ตกลงยินยอมไว้ในสัญญาประกันแล้วว่าที่อยู่ตามสัญญาประกันเป็นภูมิลำเนาเฉพาะการ * การไม่ส่งตัวจำเลยไปศาลตามนัด ถือเป็นความผิดสัญญาประกัน แม้ศาลจะไม่ได้ส่งหมายนัดให้จำเลยหรือทนายจำเลยทราบก่อนก็ตาม เนื่องจากสัญญาประกันเป็นสัญญาที่นายประกันทำไว้กับศาล

ย่อคำพิพากษา

ตามสัญญาประกันข้อ 5 มีข้อความว่า หากนายประกันย้าย ที่อยู่โดยมิได้แจ้งให้ศาลทราบ. นายประกันยินยอมให้ถือ ว่าที่อยู่ของนายประกันตามที่ระบุไว้ในสัญญาประกันนั้นเป็น ภูมิลำเนาเฉพาะการตามกฎหมาย ดังนี้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏ ว่านายประกันมิได้แจ้งให้ศาลทราบว่าย้ายที่อยู่ การที่ พนักงานเดินหมายปิดหมายนัด ณ ที่อยู่ของนายประกันตามที่ระบุไว้ในสัญญาประกัน ย่อมถือได้ว่าปิดหมายยังภูมิลำเนาของนายประกันแล้ว การปิดหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79มิได้กำหนดให้ตำรวจท้องที่เป็นพยานในการปิดหมาย ดังนั้นเมื่อพนักงานเดินหมายปิดหมายตามคำสั่งศาลโดยไม่มีพยานยืนยัน ว่าได้ทำการปิดหมายที่บ้านนายประกันจริง ก็ถือว่าเป็น การส่งหมายที่ชอบด้วยกฎหมาย ในสัญญาประกันข้อ 2 กำหนดว่า ในระหว่างประกันนี้ นายประกันหรือจำเลยจะปฏิบัติตามหมายนัดหรือหมายเรียกของเจ้าพนักงานหรือศาล มิฉะนั้นนายประกันยอมรับผิดชอบใช้เงินให้แก่ศาลจนครบ เมื่อนายประกันไม่ปฏิบัติตามนัดหรือหมายเรียกของศาล คือไม่ส่งตัวจำเลยไปศาลเพื่อฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตามนัด นายประกันจึงผิดสัญญาประกัน แม้ศาลจะไม่ได้ส่งหมายนัดแจ้งวันเวลานัดให้จำเลยหรือทนายจำเลยไปฟังคำพิพากษาก่อนก็ตาม เพราะสัญญาประกันเป็นสัญญาที่นายประกันกระทำไว้ต่อศาล จำเลยหรือทนายจำเลยหาได้เป็นผู้กระทำสัญญาประกันไว้ต่อศาลไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.112 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.182 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.79 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.49

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

มูลคดีนี้เนื่องมาจากศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ตามคำร้องขอของนางสาวทรัพย์ศิริ อ่วมเจริญนายประกันโดยตีราคาประกัน ๓๐๐,๐๐๐ บาท นายประกันได้ทำสัญญาประกันไว้ต่อศาลชั้นต้นตามสัญญาประกันฉบับลงวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔ ต่อมาศาลชั้นต้นออกหมายแจ้งวันนัดให้นายประกันไปศาลในวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๓๔ เวลา ๑๓.๓๐นาฬิกา เพื่อฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พนักงานเดินหมายนำหมายนัดไปส่งให้นายประกันที่บ้านเลขที่ ๑๕๕๕/๒๑ ถนนริมทางรถไฟ ซอยริมทางรถไฟ แขวงตลาดพลูเขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นภูมิลำเนาตามที่แจ้งไว้ในสัญญาประกันแต่ส่งให้ไม่ได้ โดยพนักงานเดินหมายรายงานการเดินหมายว่าไม่พบนายประกัน พบชายอายุ ๖๕ ปีแจ้งว่านายประกันย้ายไปจากบ้านนี้นานแล้วและไม่ยอมรับหมายแทน ถึงวันนัดจำเลยไปนายประกันไม่มาศาล ศาลชั้นต้นสั่งเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไปวันที่๒๑ กันยายน ๒๕๓๔ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา และได้ออกหมายนัดแจ้งให้นายประกันส่งตัวจำเลยไปศาลเพื่อฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตามนัด พนักงานเดินหมายนำหมายนัดไปส่งให้นายประกันไม่ได้อีก โดยเหตุผลเช่นเดียวกันกับครั้งแรกถึงวันนัดจำเลยนายประกันไม่มาศาล ศาลชั้นต้นสั่งเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไปวันที่๒๖ ตุลาคม ๒๕๒๔ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา และออกหมายนัดแจ้งให้นายประกันส่งตัวจำเลยไปศาลเพื่อฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตามนัด โดยกำหนดให้ส่งหมายด้วยวิธีธรรมดาก่อน หากส่งไม่ได้ให้ปิดหมาย พนักงานเดินหมายนำหมายไปส่งวันที่ ๒๕กันยายน ๒๕๓๔ ส่งโดยวิธีธรรมดาไม่ได้โดยเหตุผลเช่นเดียวกับครั้งแรกจึงปิดหมายไว้ที่ประตูบ้าน ครั้นถึงวันนัดนายประกันไม่มาศาลและไม่ส่งตัวจำเลยมาศาลตามนัดศาลชั้นต้นถือว่านายประกันผิดสัญญาประกัน จึงสั่งให้ปรับนายประกันตามสัญญาประกัน นายประกันยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า ที่ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์นายประกัน จำเลย และทนายจำเลยไม่ได้รับหมายนัดเพราะนายประกันย้ายจากบ้านเก่าไปอยู่บ้านใหม่แต่ยังไม่ได้ย้ายสำมะโนครัว ที่บ้านเก่าไม่มีผู้ใดทราบที่อยู่ใหม่ของนายประกัน เจ้าหน้าที่ศาลเห็นไม่มีคนอยู่จึงปิดหมาย จำเลยไม่ทราบวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยไม่ได่หลบหนีไปไหนคงอยู่ที่บ้านของจำเลยตลอดเวลาทนายจำเลย นายประกันไม่ได้รับหมายนัด นายประกันมิได้มีเจตนาขัดคำสั่งศาลแต่ประการใดขอให้งดปรับนายประกัน ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องของนายประกันแล้วสั่งยกคำร้อง นายประกันอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ปรับนายประกันเป็นจำนวนเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท นายประกันฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามฎีกาของนายประกัน ซึ่งศาลฎีกาจะยกขึ้นวินิจฉัยเป็นข้อแรกคือการส่งหมายนัดให้นายประกันส่งตัวจำเลยไปศาลเพื่อฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบหรือไม่ นายประกันอ้างว่าไม่ชอบเพราะพนักงานเดินหมายปิดหมายนัดทั้ง ๆ ที่นายประกันไม่ได้อยู่บ้านที่ปิดหมายนั้น และไม่มีพยานยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ส่งหมายได้ทำการปิดหมายบ้านนายประกันจริง ในปัญหาข้อนี้เห็นว่าตามสัญญาประกันข้อ ๕ กำหนดว่า "หากข้าพเจ้าย้ายบ้านที่อยู่โดยมิได้แจ้งให้ศาลทราบ ข้าพเจ้ายินยอมให้ถือว่าที่อยู่ของข้าพเจ้าตามที่ระบุไว้ในสัญญานี้เป็นภูมิลำเนาเฉพาะการตามกฎหมาย" เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า นายประกันมิได้แจ้งให้ศาลทราบว่า ย้ายที่อยู่ ฉะนั้นการที่พนักงานเดินหมายปิดนัดหมาย ณ ที่อยู่ของประกันตามที่ระบุไว้ในสัญญาประกัน ถือได้ว่าได้ปิดหมายยังภูมิลำเนาของนายประกันแล้ว และการปิดหมายยังภูมิลำเนาของนายประกันแล้ว และการปิดหมายนี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๗๙ มิได้กำหนดให้ตำรวจท้องที่เป็นพยานในการปิดหมายดังฎีกาของนายประกัน อนึ่งข้อเท็จจริงก็ฟังได้ว่ามีการปิดหมายแล้วดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ซึ่งศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยดังนั้นการส่งหมายให้นายประกันจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ปัญหาข้อต่อไปมีว่าที่ศาลชั้นต้นไม่ได้ส่งหมายนัดแจ้งวันเวลานัดให้จำเลยหรือทนายจำเลยไปฟังคำพิพากษาก่อนจะถือว่า นายประกันผิดสัญญาประกันหรือไม่ ในปัญหาข้อนี้เห็นว่า ในสัญญาประกันข้อ ๒ กำหนดว่า "ในระหว่างประกันนี้ ข้าพเจ้าหรือนางวไล ลีลาภักดีวงศ์ จำเลยจะปฏิบัติตามหมายนัดหรือหมายเรียกของเจ้าพนักงานหรือศาล มิฉะนั้นข้าพเจ้ายอมรับผิดชอบใช้เงินเป็นจำนวนสามแสนบาทถ้วนให้แก่ศาลจนครบ" ซึ่งเป็นสัญญาประกันที่นายประกันกระทำไว้ต่อศาลจำเลยหรือทนายจำเลยได้เป็นผู้กระทำสัญญาประกันไว้ต่อศาลไม่ เมื่อนายประกันไม่ปฏิบัติตามนัดหรือหมายเรียกของศาลคือไม่ส่งตัวจำเลยไปศาลเพื่อฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตามนัด นายประกันจึงผิดสัญญาประกันฎีกาของนายประกันนอกจากที่ยกขึ้นวินิจฉัยแล้ว เป็นฎีกาที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1816/2527 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายอุทัย รัชตนันทวัชระ โจทก์ร่วม นางสาวทรัพย์สิริ อ่วมเจริญ นายประกัน นางวไล ลีลาภักดีวงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · โจทก์ร่วม - นายอุทัย รัชตนันทวัชระ · นายประกัน - นางสาวทรัพย์สิริ อ่วมเจริญ · จำเลย - นางวไล ลีลาภักดีวงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยนต์ พิรวินิจ · อุดม บรรลือสินธุ์ · พจน์ บุญเลี้ยง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสมศักดิ์ จูสวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประมาณ ชันซื่อ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 410/2488ฎีกา 1843/2536ฎีกา 345/2520ฎีกา 3488/2545ฎีกา 280/2530ฎีกา 1460/2515ฎีกา 10/2548ฎีกา 536/2498ฎีกา 1861/2527ฎีกา 1238/2498ฎีกา 1395/2534ฎีกา 2266/2515ฎีกา 2884/2541ฎีกา 1546/2514ฎีกา 26/2487ฎีกา 4041/2542ฎีกา 3127/2516ฎีกา 12445/2547ฎีกา 2379-2380/2532ฎีกา 3794/2536ฎีกา 2051/2536ฎีกา 158/2502ฎีกา 1249-1250/2492ฎีกา 323/2510
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา