คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 212/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลมีคำสั่งยกเลิกการประนอมหนี้ภายหลังล้มละลาย ไม่ทำให้ลูกหนี้กลับเป็นบุคคลล้มละลายโดยทันที ศาลจะต้องพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายใหม่เสียก่อน จึงจะถือว่าลูกหนี้ตกเป็นบุคคลล้มละลายตามคำพิพากษา.
ย่อคำพิพากษา
การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกเลิกการประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายหาทำให้ลูกหนี้กลับเป็นบุคคลล้มละลายในทันทีตามคำสั่งของศาลชั้นต้นไม่ ศาลชั้นต้นจะต้องพิพากษาให้ลูกหนี้เป็นบุคคลล้มละลายใหม่อีกดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 เสียก่อน กรณีจึงจะถือว่าลูกหนี้ตกเป็นบุคคลล้มละลายตามคำพิพากษาอันจะให้สิทธิและอำนาจแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นำทรัพย์สินของลูกหนี้ออกขายทอดตลาดตามมาตรา 19 หรือมาตรา 123 ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.19 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.60 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.123
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายต่อมาศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้ยกเลิกการล้มละลายตามคำขอประนอมหนี้ของลูกหนี้ และต่อมาได้มีคำสั่งให้ยกเลิกการประนอมหนี้เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๒๓ และพิพากษาให้ล้มละลายอีกเมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๒๔
ลูกหนี้ (จำเลย) ยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทอดตลาดที่ดินของลูกหนี้ตามคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๒๔ เป็นการขายโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะแม้ว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะได้รายงานศาลขอให้ยกเลิกการประนอมหนี้ภายหลังล้มละลาย เมื่อลูกหนี้ยังไม่ล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็ยังไม่มีอำนาจนำทรัพย์สินของลูกหนี้ออกขายทอดตลาด เป็นการต้องห้ามตามมาตรา ๑๙ ทั้งยังได้ขายในราคาต่ำกว่าราคาที่แท้จริงมาก
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คัดค้านว่า เมื่อศาลมีคำสั่งให้ยกเลิกการประนอมหนี้แล้ว ย่อมมีผลให้ลูกหนี้ต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิมและเป็นบุคคลล้มละลายต่อไป แม้ศาลจะยังไม่ได้มีคำพิพากษาให้ลูกหนี้เป็นบุคคลล้มละลายอีกก็ตาม เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงมีอำนาจที่จะนำทรัพย์สินของลูกหนี้ออกขายทอดตลาดได้ และได้ขายไปในราคาสูงสุดแล้ว ขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการขายทอดตลาดตามคำร้องของลูกหนี้
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ข้อเท็จจริงจะได้ความว่าลูกหนี้ (จำเลย) ได้ถูกศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกเลิกการประนอมหนี้ภายหลังล้มละลาย แต่กรณีก็หาทำให้ลูกหนี้กลับไปเป็นบุคคลล้มละลายในทันทีตามคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวนั้นไม่ เพราะศาลชั้นต้นยังมีอำนาจหน้าที่จะต้องพิพากษาให้ลูกหนี้เป็นบุคคลล้มละลายใหม่ต่อไปอีกดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๖๐ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช ๒๔๘๓ นั้นเสียก่อน กรณีจึงจะถือว่าลูกหนี้ตกเป็นบุคคลล้มละลายตามคำพิพากษาอันจะให้สิทธิและอำนาจแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นำเอาทรัพย์สินของลูกหนี้ออกขายทอดตลาด ตามนัยที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๙ หรือมาตรา ๑๒๓แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ ดังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยกขึ้นเป็นข้อโต้แย้งไว้นั้นได้ เมื่อกรณีปรากฏว่าศาลชั้นต้นยังมิได้มีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ (จำเลย) ล้มละลาย การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการขายทอดตลาดที่ดินอันเป็นทรัพย์สินของลูกหนี้รายนี้จึงเป็นการมิชอบด้วยบทบัญญัติของกฎหมายตามที่ศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ข้างต้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 212/2527
บริษัทธนาคารแห่งเอเชียเพื่อการอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม จำกัด โจทก์
นายคมกริช วัฒนเสถียร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทธนาคารแห่งเอเชียเพื่อการอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม จำกัด · จำเลย - นายคมกริช วัฒนเสถียร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · สุชาติ จิวะชาติ · วีระ ทรัพยไพศาล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายมงคล เปาอินทร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุเมธ สุทธิวาทนฤพุฒิ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา