⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2220/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2220/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นในข้อหาและอัตราโทษที่ต่างกัน ถือเป็นการพิพากษาที่แก้ไขมาก ไม่ต้องห้ามคู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276 วรรคสอง ลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งตาม มาตรา 78 แล้วจำคุก 5 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก ลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 แล้วคงจำคุก 2 ปีดังนี้ ถือว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมาก ไม่ต้องห้ามคู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 9/2527)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.276

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖, ๘๓ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๗ จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อมาระหว่างสืบพยานโจทก์ จำเลยให้การใหม่ว่าได้ข่มขืนผู้เสียหายจริง แต่ไม่ได้ร่วมกันโทรมหญิง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๖, ๘๓ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน๒๕๑๔ จำคุก ๑๐ ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘คงจำคุก ๕ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๖ วรรคแรก จำคุก ๔ ปี ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๒ ปี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่วินิจฉัยว่า ปัญหามีว่าการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะวรรคในมาตรา ๒๗๖ และแก้โทษด้วยนั้น เป็นการแก้ไขเล็กน้อยหรือเป็นการแก้ไขมาก ปัญหานี้ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่มีมติว่า ความผิดตามวรรคแรกและวรรคสองของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ มีอัตราโทษขั้นต่ำและขั้นสูงแตกต่างกันมาก ประกอบกับคามผิดตามวรรคแรกนั้นเป็นความผิดที่อาจยอมความกันได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘๑ ส่วนความผิดตามวรรคสองเป็นอาญาแผ่นดินมิอาจยอมความกันได้ ฉะนั้น การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้วรรคในกรณีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ และแก้โทษด้วยนั้นจึงเป็นการแก้ไขมาก ไม่ต้องห้ามคู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาอาญา มาตรา ๒๑๘ ดังนั้น โจทก์ย่อมฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ฯลฯ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2220/2527 พนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ โจทก์ นายดาย หรือธวัช โสดา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ · จำเลย - นายดาย หรือธวัช โสดา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สหัส สิงหวิริยะ · โสภณ รัตนากร · เสนอ ศรนิยม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายบัณฑิต รชตะนันทน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพริน มะนุญพร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 180/2554ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 19406/2555ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 10648/2554ฎีกา 1268/2515ฎีกา 4276/2534ฎีกา 1270/2506ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6355/2544ฎีกา 6416/2541ฎีกา 3578/2531ฎีกา 2963/2535ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1/2567ฎีกา 540/2485ฎีกา 5957/2530ฎีกา 149/2521ฎีกา 472/2539ฎีกา 3107/2533ฎีกา 2772/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา