⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2482/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2482/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องทำโดยชัดแจ้ง ไม่ใช่เพียงคำสั่ง "รับเป็นอุทธรณ์" * ศาลอุทธรณ์ต้องไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงที่กฎหมายห้ามไว้ * เอกสารราชการที่พยานได้รับรองความถูกต้องแล้ว สามารถใช้ประกอบการถามค้านพยานได้

ย่อคำพิพากษา

ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีในศาลชั้นต้นและเป็นผู้ลงชื่อในคำพิพากษาด้วยได้มีคำสั่งในคดีซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงว่า"รับเป็นอุทธรณ์ของโจทก์" เพียงเท่านี้ไม่มีข้อความอื่นใดที่พอจะให้เข้าใจได้ว่าเป็นการอนุญาตให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ตรี จึงฟังไม่ได้ว่าได้มีการอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 242 มาใช้บังคับในการพิจารณาคดีอาญาได้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏในชั้นศาลอุทธรณ์ว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ ศาลอุทธรณ์ย่อมไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ข้อเท็จจริงของโจทก์ได้ เอกสารที่ทนายจำเลยใช้ถามค้านพยานโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง พยานโจทก์ได้ตรวจดูและรับรองความถูกต้องบางส่วน ทั้งเป็นเอกสารราชการที่มีเจ้าหน้าที่รับรองความถูกต้องแล้ว จำเลยมีอำนาจที่จะส่งศาลประกอบการถามค้านได้ ไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่จำเลยนำพยานเข้าสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ดังนี้ ศาลย่อมรับฟังประกอบการพิจารณาได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.165 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.242 ประมวลกฎหมายอาญา ม.137 ประมวลกฎหมายอาญา ม.172 ประมวลกฎหมายอาญา ม.173

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๘๔,๘๖, ๑๓๗, ๑๗๒, ๑๗๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์ไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาว่าที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ข้อเท็จจริงของโจทก์โดยอ้างว่าต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๙๓ ทวิ ไม่ถูกต้องเพราะผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีนี้ในศาลชั้นต้นและเป็นผู้ลงชื่อในคำพิพากษาด้วยสั่งว่า "รับเป็นอุทธรณ์ของโจทก์" ซึ่งมีผลเท่ากับอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงแล้วตาม มาตรา ๑๙๓ ตรี ศาลอุทธรณ์ต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริงของโจทก์นั้น เห็นว่า มาตรา ๑๙๓ ตรี บัญญัติว่า"ในคดีซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ตามมาตรา ๑๙๓ ทวิ ถ้าผู้พิพากษาคนใดซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็นแย้งในศาลชั้นต้น พิเคราะห์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลอุทธรณ์ และอนุญาตให้อุทธรณ์ก็ให้รับอุทธรณ์นั้นไว้พิจารณาต่อไป" ข้อเท็จจริงปรากฏตามคำสั่งของศาลชั้นต้นซึ่งสั่งในคำฟ้องอุทธรณ์ "รับเป็นอุทธรณ์ของโจทก์" เพียงเท่านี้ไม่มีข้อความอื่นใดที่พอจะให้เข้าใจว่าเป็นการอนุญาตให้อุทธรณ์ตามมาตรา ๑๙๓ ตรี จึงฟังไม่ได้ว่าผู้พิพากษาที่พิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นได้อนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ที่โจทก์ฎีกาว่าเมื่อศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์แล้วศาลอุทธรณ์ต้องวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงในอุทธรณ์ของโจทก์ เพราะผู้มีสิทธิรับอุทธรณ์หรือไม่อยู่ที่ศาลชั้นต้นไม่ใช่ศาลอุทธรณ์นั้นเห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๔๒ บัญญัติว่า "เมื่อศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนความเสร็จแล้ว ให้ศาลอุทธรณ์ชี้ขาดตัดสินอุทธรณ์ประการหนึ่งประการใดในสี่ประการนี้ (๑) ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นว่าอุทธรณ์นั้นต้องห้ามตามกฎหมายก็ให้ยกอุทธรณ์นั้นเสียโดยไม่ต้องวินิจฉัยในประเด็นแห่งอุทธรณ์ ฯลฯ" ซึ่งบทบัญญัติในทำนองดังยกขึ้นอ้างนี้มิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาโดยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๒ มาใช้บังคับในการพิจารณาคดีอาญาได้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏในศาลอุทธรณ์ว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๙๓ ทวิ และไม่ได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์ได้ตาม มาตรา ๑๙๓ ตรี ศาลอุทธรณ์ย่อมไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ข้อเท็จจริงของโจทก์ได้ โจทก์ฎีกาข้อสุดท้ายว่า ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลชั้นต้นมีอำนาจรับฟังพยานเอกสารหมาย ล.๑ ที่จำเลยอ้างเป็นพยานประกอบการพิจารณาในชั้นไต่สวนมูลฟ้องไม่ชอบนั้น คดีมีปัญหาว่าเอกสารหมาย ล.๑ เป็นพยานที่จำเลยนำเข้าสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้องหรือไม่ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าเมื่อโจทก์นำนายประสิทธิ์เข้าสืบ ทนายโจทก์ซักถามพยานปากนี้เบิกความถึงเรื่องที่จำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากจำเลยที่ ๑ ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลพหลโยธินให้ดำเนินคดีแก่โจทก์ที่ ๑ และโจทก์ที่ ๒ ในข้อหาร่วมกันออกเช็คโดยเจตนาจะมิให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น ข้อความที่ร้องทุกข์ปรากฏตามภาพถ่ายเอกสารหมาย จ.๔ซึ่งเป็นภาพถ่ายเอกสารรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีของสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธินประจำวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๒๔ ข้อที่โจทก์ขอถ่ายมาจากศาลแพ่งเพราะจำเลยที่ ๑ ส่งภาพถ่ายเอกสารนี้เป็นพยานในคดีแพ่งจำเลยที่ ๑ เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ในคดีนี้เป็นจำเลย ในการตอบคำถามค้านพยานตอบว่า เอกสารหมาย จ.๔นี้จะมีข้อความครบถ้วนหรือไม่ ไม่ทราบ ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏว่าในเอกสารหมาย ๔มีข้อ ๙ ต่อจากข้อ ๘ แต่ข้อความในข้อ ๙ ไม่ได้ถ่ายภาพให้ปรากฏ ทนายจำเลยจึงให้พยานภาพถ่ายเอกสารหมาย ล.๑ ซึ่งเป็นภาพถ่ายเอกสารรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีของสถานีตำรวจนครบาลโยธิน ประจำวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๒๔ เช่นกันพยานดูแล้วเบิกความมีข้อความในข้อ ๘ ตรงกับภาพถ่ายเอกสารหมาย จ.๔แต่ในภาพถ่ายเอกสารหมาย จ.๔ มีข้อ ๙ (หมายถึงไม่มีข้อความในข้อ ๙) เห็นว่าภาพถ่ายเอกสารหมาย จ.๔ และภาพถ่ายเอกสารหมาย ล.๑ ถ่ายมาจากต้นฉบับเอกสารฉบับเดียวกัน ต่างกันเพียงว่าในภาพถ่ายเอกสารหมาย จ.๔ ไม่ได้ถ่ายภาพให้ปรากฏข้อความในข้อ ๙ ย่อมถือว่าเป็นเอกสารฉบับเดียวซึ่งพยานได้เบิกความรับรองความถูกต้องข้อความในข้อ ๘ แล้ว การที่ทนายจำเลยถามนั้นเพื่อแสดงให้ปรากฏว่าในภาพถ่ายเอกสารหมาย จ.๔ ที่มีข้อ ๙ อยู่แต่ไม่ปรากฏข้อความนั้นข้อความในข้อ ๙ มีอย่างไรอันเป็นข้อความที่ต่อเนื่องมาจากข้อความในข้อ ๘ นั้นเห็นว่าเป็นการถามค้านของทนายจำเลยเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้น ไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่จำเลยนำพยานเข้าสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง และภาพถ่ายเอกสารหมาย ล.๑มีเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจรับรองว่าเป็นภาพถ่ายอันถูกต้องตรงกับต้นฉบับแม้พยานจะไม่รับรองความถูกต้องข้อความในข้อ ๙ เมื่อเป็นเอกสารราชการก็เป็นอำนาจของศาลที่จะนำมาปะกอบการพิจารณาได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2482/2527 ห้างหุ้นส่วนจำกัด สยามผลิตภัณฑ์เครื่องไฟฟ้า กับพวก โจทก์ บริษัทบอร์เนียว (ประเทศไทย) จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัด สยามผลิตภัณฑ์เครื่องไฟฟ้า กับพวก · จำเลย - บริษัทบอร์เนียว (ประเทศไทย) จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยนต์ พิรวินิจ · อุดม บรรลือสินธุ์ · พจน์ บุญเลี้ยง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายนิธิ ไธแสง · ศาลอุทธรณ์ - นายสุนทร จันทรศักดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2076/2542ฎีกา 2665/2515ฎีกา 99/2541ฎีกา 2918/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1305/2547ฎีกา 230/2510ฎีกา 4046/2536ฎีกา 913/2538ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 2186/2550ฎีกา 164/2553ฎีกา 668/2481ฎีกา 185/2566ฎีกา 6911/2544ฎีกา 7937/2538ฎีกา 1294/2509ฎีกา 3604/2533ฎีกา 4048/2528ฎีกา 1047/2514ฎีกา 284/2507ฎีกา 1499/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา