⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2572/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2572/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลจะบังคับให้เจ้าพนักงานที่ดินแก้ทะเบียนโฉนดที่พิพาทให้ใส่ชื่อบุคคลใดเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกันนั้น จะกระทำได้ต่อเมื่อเจ้าพนักงานที่ดินเป็นคู่ความในคดีนั้นด้วย.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์มิได้ฟ้องเจ้าพนักงานที่ดินเป็นจำเลยด้วยที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้เจ้าพนักงานที่ดินแก้ทะเบียนโฉนดที่พิพาทให้ใส่ชื่อโจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกันนั้นเป็นการบังคับบุคคลที่มิได้เป็นคู่ความในคดีและโจทก์ก็สามารถจัดการในเรื่องนี้ได้อยู่เองแล้ว จึงให้ยกคำขอของโจทก์ข้อนี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.62 ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.78 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 955 เดิมเป็นของนายไมหรือใบแล้วได้ยกให้โจทก์ทั้งสอง โดยไม่ได้โอนทะเบียน โจทก์ทั้งสองได้ครอบครองโดยสงบเปิดเผยและด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาเกิน 10 ปี จึงได้กรรมสิทธิ์ นายไมหรือใบถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2513 ต่อมาปี 2522 ศาลจังหวัดอุบลราชธานีได้มีคำสั่งให้จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายไมหรือใบ จำเลยกระทำการแบ่งปันที่ดินดังกล่าวของโจทก์ทั้งสองทั้งที่จำเลยทราบว่าที่ดินเป็นของโจทก์แล้ว เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ขอให้พิพากษาว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 955 เป็นของโจทก์ทั้งสองให้เจ้าพนักงานทะเบียนจังหวัดทะเบียนจังหวัดอุบลราชธานี สำนักงานที่ดินจังหวัดอุบลราชธานี แก้ทะเบียนโฉนดดังกล่าวเป็นชื่อโจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ให้เพิกถอนคำสั่งศาลจังหวัดอุบลราชธานีที่ได้ตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายไมหรือใบ ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินแปลงนี้ จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นบุตรนายพุทธา นางปุ่น นายพุทธาเป็นบุตรนายไมหรือใบ นายไมหรือใบถึงแก่กรรมโดยมิได้ทำพินัยกรรมไว้ นายพุทธาได้เข้าครอบครองที่พิพาท หลังจากนายพุทธาถึงแก่กรรม นางปุ้นมารดาได้ครอบครองต่อมาโจทก์ที่ 1 เพิ่มเข้าทำกินในที่พิพาทร่วมกับมารดาจำเลยในปี 2520 ส่วนโจทก์ที่ 2 ไม่เคยเข้าทำกินในที่ดินพิพาท จำเลยยื่นคำร้องและศาลได้มีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกโดยจำเลยมีเจตนาแบ่งที่พิพาทให้ทายาทรวมทั้งโจทก์ทั้งสองด้วย ไม่มีเจตนาจะยึดเอาที่ดินเพียงคนเดียว ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า โจทก์ทั้งสองได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ ที่พิพาทจึงไม่ใช่มรดกของนายไมหรือใบ พิพากษาว่าที่ดินตามโฉนดเลขที่ 955 เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ทั้งสอง ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องให้เจ้าพนักงานที่ดินแก้ทะเบียนโฉนดที่พิพาทให้ใส่ชื่อโจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกัน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยฟังข้อเท็จจริงว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสอง แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้เจ้าพนักงานที่ดินแก้ทะเบียนโฉนดเลขที่พิพาทให้ใส่ชื่อโจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกัน เป็นการบังคับบุคคลที่มิได้เป็นคู่ความในคดี และโจทก์ก็สามารถจัดการในเรื่องนี้ได้อยู่เองแล้ว จึงให้ยกคำขอของโจทก์ในข้อนี้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอที่ให้เจ้าพนักงานที่ดินแก้ทะเบียนโฉนดที่พิพาทให้ใส่ชื่อโจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกัน นอกจากนี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2572/2527 นายคูณ หรือคูน มานุช กับพวก โจทก์ นางอรสา ทองเหลือ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายคูณ หรือคูน มานุช กับพวก · จำเลย - นางอรสา ทองเหลือ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิยม ติวุตานนท์ · ศักดิ์ สนองชาติ · ม.ร.ว.ชัยวัฒน์ ชมพูนุท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 8735/2542ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 2170/2517ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 1746/2511ฎีกา 3827/2542ฎีกา 759/2519ฎีกา 1250/2517ฎีกา 5285/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา