คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3283/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยว่าคำให้การรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาหรือไม่ หรือการใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษและรอการลงโทษ เป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุก 6 เดือนและรอการลงโทษไว้ ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
ปัญหาที่ว่าคำให้การรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาหรือไม่ เป็นปัญหาที่ต้องวินิจฉัยโดยอาศัยข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวน จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง
ข้อที่ศาลวินิจฉัยว่าจำเลยได้บรรเทาผลร้ายแห่งความผิด โดยนำเงินตามเช็คพิพาทไปชำระแก่โจทก์แล้ว ประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยกระทำผิดมาก่อนจึงเห็นสมควรรอการลงโทษแก่จำเลย เป็นการใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษ โจทก์ฎีกาว่าเป็นการคลาดเคลื่อนต่อกฎหมาย แต่มิได้ฎีกาว่าศาลล่างฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนผิดต่อกฎหมายแต่อย่างใด จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค มาตรา ๓
จำเลยให้การรับสารภาพ แต่ขอสืบพยานว่า หลังจากธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินแล้ว จำเลยได้นำเงินตามเช็คไปชำระให้โจทก์เรียบร้อยแล้ว โดยโจทก์ยอมรับว่าเป็นการชำระหนี้ตามเช็คพิพาทและจะดำเนินการถอนคดีให้ แต่แล้วก็กลั่นแกล้งจำเลย โดยนำคดีมาบีบบังคับให้จำเลยชำระหนี้ตามที่จำเลยเป็นหนี้โจทก์อยู่ในคดีอื่น ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗(๓)
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลย ๖ เดือน และรอการลงโทษไว้ ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘
โจทก์ฎีกาข้อแรกว่า จำเลยให้การรับสารภาพหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จ เพราะจำนนต่อพยานหลักฐาน คำให้การรับสารภาพของจำเลยไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา จึงไม่เป็นเหตุบรรเทาโทษ ศาลฎีกาเห็นว่า ปัญหาที่ว่าคำให้การรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาหรือไม่ เป็นปัญหาที่ต้องวินิจฉัยโดยอาศัยข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวน จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง
ที่โจทก์ฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า ที่ศาลล่างวินิจฉัยว่า จำเลยได้บรรเทาผลร้ายแห่งความผิด โดยนำเงินตามเช็คพิพาทไปชำระแก่โจทก์แล้ว ประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยกระทำผิดมาก่อน จึงเห็นสมควรรอการลงโทษแก่จำเลยเป็นการคลาดเคลื่อนต่อกฎหมายนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์มิได้ฎีกาว่า ศาลล่างฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนผิดต่อกฎหมายแต่อย่างใด การที่ศาลล่างรอการลงโทษแก่จำเลย เป็นการใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง หามีสิ่งใดเป็นการคลาดเคลื่อนต่อกฎหมายไม่
พิพากษายกฎีกาโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3283/2527
ธนาคารมหานคร จำกัด โจทก์
นายกิติรัตน์ สวัสดิภักดี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารมหานคร จำกัด · จำเลย - นายกิติรัตน์ สวัสดิภักดี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศักดิ์ สนองชาติ · โกมล อิศรางกูร ณ อยุธยา · สมประสงค์ พานิชอัตรา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดระยอง - ม.ล. ฤทธิเทพ เทวกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา