คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ถูกยึดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 288 จะต้องเป็นกรณีที่ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินที่ถูกยึด หากผู้ร้องเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ถูกยึดร่วมกับจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดนั้นได้
ย่อคำพิพากษา
การร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 288 จะต้องเป็นกรณีที่จำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินที่ยึด หากจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ยึดร่วมกับผู้ร้อง ผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด
ศาลชั้นต้นชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายโดยให้งดสืบพยานของคู่ความแล้วพิพากษาให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ ผู้ร้องอุทธรณ์และฎีกาเพียงขอให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาไปตามลำดับ ไม่ได้อุทธรณ์ฎีกาขอให้เป็นฝ่ายชนะคดีหรือขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด เป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้จึงเสียค่าขึ้นศาล 200 บาท ตามบัญชีท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ตาราง 1 ข้อ 2 ข.
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยที่ดินที่ยึดทั้งแปลง โดยอ้างว่าผู้ร้องมีส่วนเป็นเจ้าของรวมครึ่งหนึ่ง ผู้ร้องต้องเสียค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์จากราคาที่ดินทั้งแปลง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องจากเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๖๕๘ เพื่อขายทอดตลาดเอาเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาแก่โจทก์ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าที่ดินโฉนดดังกล่าวจำเลยกับผู้ร้องมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมกันคนละครึ่ง ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด
โจทก์ให้การว่าที่ดินเจ้าพนักงานบังคับคดียึดเป็นของจำเลยแต่ผู้เดียวขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นสั่งว่าคดีพอวินิจฉัยได้ พิพากษาคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จะขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๘ จะต้องเป็นกรณีที่จำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดไว้ แต่ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ยึดร่วมกับผู้ร้อง ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด
ผู้ร้องอุทธรณ์และฎีกาเพียงขอให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาไปตามลำดับ การที่ด่วนชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายตามคำร้องของโจทก์แล้วพิพากษาคดีโดยมิได้มีการสืบพยานเป็นการไม่ชอบ ผู้ร้องไม่ได้อุทธรณ์ฎีกาขอให้เป็นฝ่ายชนะคดีหรือขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด เป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ จึงต้องเสียค่าขึ้นศาล๒๐๐ บาท ตามบัญชีท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ตาราง ๑ ข้อ ๒ ข. ไม่ใช่ต้องเสียอย่างคดีมีทุนทรัพย์ตามข้อ ๑ ก.
ส่วนค่าขึ้นศาลในชั้นยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ต่อศาลชั้นต้นนั้นผู้ร้องขอให้ปล่อยที่ดินที่ยึดอันเป็นทรัพย์พิพาททั้งแปลง จึงเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ จึงต้องเสียค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์จากราคาที่ดินทั้งแปลง หาใช่คิดเพียงบางส่วน
พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลเฉพาะชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาส่วนที่เกินกว่า ๒๐๐ บาทแก่ผู้ร้อง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2527
นายเสริม สวนประเสริฐ โจทก์
นายพงษ์ศักดิ์ อนุตรโยธิน ผู้ร้อง
นายพจนาท สุทธิวาทนฤพุฒิ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเสริม สวนประเสริฐ · ผู้ร้อง - นายพงษ์ศักดิ์ อนุตรโยธิน · จำเลย - นายพจนาท สุทธิวาทนฤพุฒิ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พจน์ บุญเลี้ยง · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ยนต์ พิรวินิจ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ - นายวีระศักดิ์ นำสุวรรณกิจกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายพิชิต พรหมพิทักษ์กุล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา