คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3427/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ลงโทษจำเลยในข้อหาเดียวกัน จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ย่อคำพิพากษา
ศาลอุทธรณ์เพียงแต่แก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้เพิ่มโทษจำเลยเป็นไม่เพิ่มโทษ ไม่เป็นการแก้บทความผิด จึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อย เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ลงโทษจำเลยในข้อหามีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งเฮโรอีนกระทงหนึ่ง จำคุก 5 ปี และจำหน่ายเฮโรอีนอีกกระทงหนึ่งจำคุก 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 ลงโทษในข้อหามีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งเฮโรอีนจำคุก 5 ปี ข้อจำหน่ายเฮโรอีน จำคุก 5 ปี รวมจำคุก 10 ปี เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา 97 เป็นจำคุก 15 ปี ริบของกลางคืนธนบัตรฉบับละ 10 บาท 2 ฉบับ แก่เจ้าพนักงาน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษจำคุกจำเลย 10 ปี โดยไม่มีการเพิ่มโทษ จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์นั้นเพียงแต่แก้ไขคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ให้เพิ่มโทษจำเลยเป็นไม่เพิ่มโทษเท่านั้นไม่ใช่เป็นการแก้บทความผิด จึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อย คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ลงโทษจำเลยข้อหามีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งเฮโรอีนกระทงหนึ่ง จำคุก 5 ปี และข้อหาจำหน่ายเฮโรอีนอีกระทงหนึ่ง จำคุก 5 ปี ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งปรากฏว่าฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาโต้เถียงว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิด จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"
พิพากษายกฎีกาของจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3427/2527
อัยการกรมอัยการ โจทก์
นางอัจฉรา บุนนาค จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการกรมอัยการ · จำเลย - นางอัจฉรา บุนนาค |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา