⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3697/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3697/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อเท็จจริงที่จำเลยเพิ่งยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ว่ากฎหมายที่ใช้บังคับไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นข้อที่ต้องห้ามมิให้ยกขึ้นฎีกาตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยด้วยวาจา ศาลชั้นต้นบันทึกไว้ว่าจำเลยบังอาจใช้เครื่องมืออวนรุนทำการประมงภายในเขตระยะ3,000 เมตร นับจากขอบแนวตามชายฝั่งโดยไม่รับอนุญาตอันเป็นการฝ่าฝืนประกาศกระทรวงเกษตรเรื่องกำหนดเขตห้ามใช้เครื่องมืออวนลากและอวนรุนที่ใช้กับเรือยนต์ทำการประมงลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2515จำเลยให้การรับสารภาพดังนี้ ประกาศกระทรวงเกษตรฉบับดังกล่าวออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายใด และมีข้อความว่าอย่างไรนั้นเป็นข้อเท็จจริงเมื่อจำเลยเพิ่งยกขึ้นอ้างอิงในชั้นอุทธรณ์และกล่าวอ้างว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วยประการต่าง ๆ จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 225 แม้ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยให้ก็ไม่ถือว่าเป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ จำเลยยกขึ้นฎีกามาอีกต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ม.32 พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ม.65 พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ม.70 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.19 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.21 พระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ.2520 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2491มาตรา 32, 65, 70 และขอให้ริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำคุกคนละ 1 เดือนและปรับคนละ 400 บาท โทษจำคุกรอไว้คนละ 1 ปี ของกลางริบ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า จำเลยฎีกาว่าประกาศกระทรวงเกษตรเรื่อง กำหนดเขตห้ามใช้เครื่องมืออวนลากและอวนรุนที่ใช้กับเรือยนต์ทำการประมงฉบับลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2515 นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรออกประกาศโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 32(2) และ (4) แห่งพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2491 แต่ มาตรา 32(2) กำหนดไว้เกี่ยวกับเรื่องห้ามมิให้ใช้เครื่องมือ ส่วนมาตรา 32(4) กำหนดวิธีใช้เครื่องมือทำการประมง ประกาศกระทรวงเกษตรฉบับดังกล่าวที่ออกมาห้ามกระทำการใด ๆ ที่ใช้เครื่องมือโดยเรือยนต์ทุกชนิดทำการประมงภายในระยะ 3,000 เมตรนับจากขอบน้ำตามแนวชายฝั่งขณะทำการประมง เป็นเรื่องกำหนดระยะทางห้ามทำการประมง จึงเป็นคนละเรื่องกัน เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งตามคำฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายว่า "ขณะทำการประมง" ตามที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงเกษตรฉบับนั้น จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ชอบที่ศาลจะพิพากษายกฟ้องโจทก์เสีย พิเคราะห์แล้ว ประกาศกระทรวงเกษตรตามฟ้องมีจริงหรือไม่ และมีข้อความอย่างไร เป็นข้อเท็จจริง คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดด้วยวาจาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 19 และมาตรา 20ประกอบด้วยพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. 2520 มาตรา 3 ศาลชั้นต้นบันทึกไว้ว่า จำเลยบังอาจใช้เครื่องมืออวนรุนทำการประมงภายในเขตระยะ 3,000 เมตรนับจากขอบน้ำตามแนวชายฝั่ง โดยไม่รับอนุญาต อันเป็นการฝ่าฝืนประกาศกระทรวงเกษตร เรื่อง กำหนดเขตห้ามใช้เครื่องมืออวนลากและอวนรุนที่ใช้กับเรือยนต์ทำการประมง ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2515 จำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อหาไม่ต่อสู้คดี ดังนี้ ข้อเท็จจริงที่ว่า ประกาศกระทรวงเกษตรดังกล่าวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 32(2) และ (9) แห่งพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 ก็ดี มีข้อความว่าห้ามกระทำการใด ๆที่ใช้เครื่องมือโดยเรือยนต์ทุกชนิดทำการประมงภายในระยะ 3,000 เมตรนับจากขอบน้ำตามแนวชายฝั่งขณะทำการประมง ก็ดี หามีฝ่ายใดยกขึ้นว่าในศาลชั้นต้นไม่ จึงไม่ปรากฏในสำนวน จำเลยที่ 1 เพิ่งยกข้อเท็จจริงดังกล่าวขึ้นอ้างอิงในชั้นอุทธรณ์ แล้วกล่าวอ้างว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วยประการต่าง ๆจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 แม้ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยให้แล้วพิพากษายืน ก็ไม่ถือว่าเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์จำเลยที่ 1 ยกขึ้นฎีกามาอีก ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ 1 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3697/2527 พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี โจทก์ นายเกษม โถสกุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี · จำเลย - นายเกษม โถสกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ · เพียร สุมิระ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 3136/2524ฎีกา 7988/2551ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1166/2491ฎีกา 9571/2544ฎีกา 5494/2541ฎีกา 674/2549ฎีกา 497/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา