⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › ค้นฎีกา › ฎีกา 510/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 510/2527

พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน ม.84, 85, 86 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติเพียงพอที่จะวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทได้แล้ว ศาลมีอำนาจสั่งงดสืบพยานที่ไม่เป็นประโยชน์ได้

ย่อคำพิพากษา

ถ้าศาลตรวจคำฟ้องคำให้การจากคำฟ้องและหรือคำให้การได้ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติเพียงพอที่จะวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีได้แล้ว การสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไปก็ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาจะเป็นพยานที่ฟุ่มเฟือยเกินสมควร หรือเป็นการประวิงคดีให้ชักช้า ศาลมีอำนาจสั่งงดสืบพยานเช่นว่านั้น หรือพยานหลักฐานอื่นต่อไปได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 86 วรรคสอง เจ้าหน้าที่ชั้นต้นร่างคำสั่งเพื่อให้ผู้มีอำนาจออกคำสั่งตรวจดูชั้นหนึ่งก่อนว่า จะเป็นร่างคำสั่งที่มีข้อเท็จจริง และการปรับบทลงโทษตรงตามมติของ อ.ก.พ. กระทรวงมหาดไทยหรือไม่ หากไม่ตรงหรือไม่ถูกต้องผู้มีอำนาจตรวจร่างคำสั่งหรือผู้มีอำนาจออกคำสั่งแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2497 ม.84 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2497 ม.85 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2497 ม.86 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2497 ม.87 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2497 ม.104 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2497 ม.105

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นกรมในสังกัดกระทรวงมหาดไทย เป็นนิติบุคคลมีพลตำรวจเอกสุรพล จุละพราหมณ์ เป็นอธิบดีมีอำนาจตามกฎหมายรับผิดชอบบริหารงาน เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๒ โจทก์รับราชการดำรงตำแหน่งผู้บังคับกองสถานีตำรวจภูธรอำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือน มีการตั้งกรรมการสอบสวนขึ้นรวม ๕ คำสั่ง คณะกรรมการสอบสวนเสร็จได้เสนอสำนวนการสอบสวนผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นจนถึงผู้บัญชาการตำรวจภูธรผู้รับมอบอำนาจจากอธิบดีกรมตำรวจ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรทำความเห็นใน ๔ สำนวนแรกว่า ไม่น่าเชื่อว่าโจทก์จะเรียกร้องเอาเงินตามที่ถูกกล่าวหา แต่การกระทำของโจทก์ไม่ค่อยเป็นไปตามระเบียบแบบแผน เห็นควรเรียกตัวเข้ารับราชการตามเดิมและกักขัง ๓๐ วัน ส่วนสำนวนที่สอบสวนตามคำสั่งที่ ๑๒๑๐/๒๕๑๒ พลตำรวจโทจำรัส มังคลารัตน์ มีความเห็นว่าโจทก์ไม่มีความผิด แต่จำเลยกลับทำความเห็นเสนอไปยังปลัดกระทรวงมหาดไทยว่าควรปลดโจทก์ออกจากราชการ อ.ก.พ. กระทรวงมหาดไทย พิจารณาแล้วเห็นชอบตามที่จำเลยเสนอและจำเลยได้ออกคำสั่งปลดโจทก์ออกจากราชการคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะข้อกล่าวหาในคำสั่งปลดแต่ละข้อไม่มีการสอบสวนเป็นการขัดกับกฎ ก.พ.ฉบับที่ ๖๐ ซึ่งใช้อยู่ในขณะเกิดเหตุ และคำสั่งดังกล่าวพิมพ์มาจากร่างที่ถูกแก้ไขโจทก์อุทธรณ์คำสั่งลงโทษไปยังนายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน ก.พ. ก.พ.ยกคำร้องของโจทก์ตามความเห็นของ อ.ก.พ.วิสามัญเกี่ยวกับวินัยของ ก.พ. โจทก์เป็นว่าอ.ก.พ.วิสามัญเกี่ยวกับวินัยของ ก.พ.พิจารณาเรื่องของโจทก์ไม่ถูกต้องทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้พิพากษาว่า คำสั่งที่ให้ปลดโจทก์ออกจากราชการตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๑ เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีผลบังคับ ให้ศาลสั่งยกเลิกเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะการลงโทษโจทก์ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๔๙๗ เป็นมติของคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือนกระทรวงมหาดไทย (อ.ก.พ.กระทรวงมหาดไทย) ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณาโทษจำเลยเป็นแต่เพียงผู้ออกคำสั่งปลดโจทก์ออกจากราชการตามมติของ อ.ก.พ.กระทรวงมหาดไทยดังกล่าว ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมาตรา ๘๔, ๘๕, ๘๖ และ ๘๗แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๔๙๗ อันเป็นกฎหมายเกี่ยวกับฝ่ายบริหารโดยเฉพาะ คดีนี้โจทก์ได้อุทธรณ์คำสั่งต่อหัวหน้าคณะปฏิวัติผู้ใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๐๔ หัวหน้าคณะปฏิวัติพิจารณาแล้วเห็นว่าคำสั่งลงโทษโจทก์ชอบด้วยกฎหมาย จึงยกอุทธรณ์ของโจทก์ คำสั่งของหัวหน้าคณะปฏิวัติถึงที่สุดตาม มาตรา ๑๐๕ คดีโจทก์ขาดอายุความโจทก์ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยหลายเรื่อง มีการตั้งกรรมการสอบสวนทุกเรื่องจำเลยพิจารณาแล้วเห็นว่าโจทก์ประพฤติตนไม่สมควร บกพร่องต่อหน้าที่และประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงจำเลยดำเนินการตามขั้นตอน ตามระเบียบแบบแผนโดยชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องสืบพยานโจทก์จำเลยสั่งงดสืบพยานทั้งสองฝ่ายแล้ววินิจฉัยว่า คำสั่งของจำเลยที่ปลดโจทก์ออกจากราชการเป็นคำสั่งลงโทษทางวินัยตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนถือว่าเป็นอำนาจตามกฎหมายของฝ่ายบริหารโดยเฉพาะ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ถ้าศาลตรวจคำฟ้อง คำให้การจากคำฟ้องและ/หรือคำให้การได้ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติเพียงพอที่จะวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีได้แล้ว การสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไปก็ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาจะเป็นพยานที่ฟุ่มเฟือยเกินสมควร หรือประวิงคดีให้ชักช้า ศาลมีอำนาจสั่งงดสืบพยานเช่นว่านั้นหรือพยานหลักฐานอื่นต่อไปได้ ตามมาตรา ๘๖ วรรค ๒แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และที่โจทก์ฎีกาต่อไปว่าคำสั่งปลดโจทก์ออกจากราชการไม่ชอบเพราะคำสั่งฉบับนี้มาจากต้นร่างคำสั่งที่ผู้ตรวจร่างแก้ไขเพิ่มเติมเอาตามใจชอบนั้น เห็นว่าต้นร่างคำสั่งที่เจ้าหน้าที่ชั้นต้นร่างขึ้นเพื่อให้ผู้มีอำนาจออกคำสั่งตรวจดูชั้นหนึ่งก่อนว่าจะเป็นร่างคำสั่งที่มีข้อเท็จจริงและการปรับบทลงโทษตรงกับมติของ อ.ก.พ.กระทรวงมหาดไทยหรือไม่ หากไม่ตรงหรือไม่ถูกต้องผู้มีอำนาจตรวจร่างคำสั่งหรือผู้มีอำนาจออกคำสั่งแก้ไขเพิ่มเติม ให้ถูกต้องได้ เพราะต้นร่างคำสั่งดังกล่าวยังไม่ใช่เอกสารทางราชการการแก้ไขต้นร่างคำสั่งดังกล่าวแล้วออกมาเป็นคำสั่งท้ายฟ้องหมายเลข ๑ ไม่ทำให้คำสั่งฉบับนี้เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบแต่ประการใด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 510/2527 พันตำรวจโทวีระพล สุริยพันธุ์ โจทก์ กรมตำรวจ โดยพลตำรวจเอกสุรพล จุละพราหมณ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พันตำรวจโทวีระพล สุริยพันธุ์ · จำเลย - กรมตำรวจ โดยพลตำรวจเอกสุรพล จุละพราหมณ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยนต์ พิรวินิจ · อุดม บรรลือสินธุ์ · พจน์ บุญเลี้ยง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายโสภณ จันเทรมะ · ศาลอุทธรณ์ - นายดำรง สายเชื้อ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4964/2539ฎีกา 4359/2540ฎีกา 822/2522ฎีกา 3007/2525ฎีกา 1195/2535ฎีกา 108/2538ฎีกา 1267/2500ฎีกา 1384/2518ฎีกา 536/2536ฎีกา 196/2523ฎีกา 1603/2551ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 1500/2542ฎีกา 1162/2515ฎีกา 1350/2495ฎีกา 1480/2563ฎีกา 7828/2547ฎีกา 2647/2535ฎีกา 3005/2541ฎีกา 3763/2532ฎีกา 3790-3792/2540ฎีกา 174/2520ฎีกา 582/2510ฎีกา 3/2503
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา