คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 600/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การประมูลราคากันระหว่างโจทก์จำเลยเพื่อแบ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น จะสมบูรณ์ได้ต้องมีการแข่งขันเสนอราคาสู้กันระหว่างโจทก์และจำเลย หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ประสงค์จะเข้าแข่งขันเสนอราคา การประมูลราคากันระหว่างโจทก์จำเลยจึงทำไม่ได้ และต้องดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้นเพื่อนำเงินมาแบ่งปันกัน
ย่อคำพิพากษา
ศาลพิพากษาให้แบ่งที่ดินพิพาทให้โจทก์จำเลยฝ่ายละครึ่งโดยให้ตกลงกันระหว่างโจทก์กับจำเลยก่อน หากตกลงกันไม่ได้ให้ประมูลราคากันในระหว่างโจทก์จำเลยให้ฝ่ายที่เสนอราคาสูงเป็นผู้ได้กรรมสิทธิ์ไปทั้งหมด หากตกลงประมูลราคากันไม่ได้ให้ขายทอดตลาดที่ดินพิพาททั้งหมด แล้วนำเงินมาแบ่งระหว่างโจทก์จำเลย เมื่อโจทก์จำเลยตกลงกันตามวิธีแรกไม่ได้จึงต้องดำเนินการประมูลราคากันในระหว่างโจทก์จำเลยต่อไป แต่ปรากฏว่าโจทก์ไม่ติดใจประมูล ต้องถือว่าการประมูลราคากันระหว่างโจทก์จำเลยทำไม่ได้ เพราะการประมูลราคากันระหว่างโจทก์จำเลยหมายความว่าแข่งขันเสนอราคาสู้กันระหว่างโจทก์จำเลย เมื่อโจทก์ไม่ติดใจประมูล จำเลยก็ไม่มีโจทก์ที่จะเข้าแข่งขันเสนอราคาสู้ด้วย จะต้องดำเนินการขายทอดตลาดที่ดินพิพาททั้งหมดแล้วนำเงินมาแบ่งปันกัน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
มูลคดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่พิพากษาให้แบ่งที่ดินพิพาททั้งสามแปลงให้โจทก์จำเลยฝ่ายละครึ่งโดยให้ตกลงกันระหว่างโจทก์กับจำเลยก่อน หากตกลงกันไม่ได้ให้ประมูลราคากันในระหว่างโจทก์จำเลยแล้วให้ฝ่ายที่เสนอราคาสูงเป็นผู้ได้กรรมสิทธิ์ไปทั้งหมด หากตกลงกันไม่ได้ก็ให้ขายทอดตลาดที่ดินพิพาททั้งหมด สำหรับที่ดินโฉนดเลขที่ 11918, 11919ได้เงินมาเท่าใดให้หักชำระค่าก่อสร้างที่โจทก์จำเลยได้ลงทุนก่อสร้างไว้ในที่ดินดังกล่าวตามจำนวนที่ศาลอุทธรณ์กำหนด เหลือเงินเท่าใดแบ่งให้โจทก์จำเลยฝ่ายละครึ่งส่วนที่ดินโฉนดเลขที่ 11922 ให้แบ่งตามอัตราดังกล่าวโดยไม่หักชำระค่าก่อสร้างใด ๆ
จำเลยยื่นคำร้องว่าไม่มีทางตกลงกับโจทก์ได้ ขอให้นัดพร้อมเพื่อทำความตกลงระหว่างโจทก์จำเลย ศาลนัดพร้อมปรากฏว่าการประมูลทรัพย์พิพาทคู่ความตกลงกันไม่ได้เพราะโจทก์ไม่ติดใจประมูล ศาลจึงมีคำสั่งให้ดำเนินการขายทรัพย์พิพาทต่อไป
จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อยุติฟังได้ว่าคดีนี้ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์โดยให้แบ่งทรัพย์พิพาทให้โจทก์จำเลยฝ่ายละครึ่งหนึ่งโดยกำหนดวิธีการแบ่งทรัพย์ไว้ 3 วิธี คือ
1. ให้ตกลงกันระหว่างโจทก์กับจำเลย
2. หากตกลงกันไม่ได้ให้ประมูลราคากันระหว่างโจทก์จำเลย ให้ฝ่ายที่เสนอราคาสูงเป็นผู้ได้กรรมสิทธิไปทั้งหมด
3. หากตกลงตามวิธีที่ 2 ไม่ได้ ให้ขายทอดตลาดที่ดินพิพาททั้งหมดแล้วนำเงินมาแบ่งระหว่างโจทก์จำเลย
โจทก์จำเลยตกลงกันตามวิธีที่ 1 ไม่ได้ จึงดำเนินการบังคับคดีตามวิธีการที่ 2ในวันนัดพร้อมเพื่อดำเนินการตามวิธีที่ 2 นั้น โจทก์ไม่ติดใจประมูล (ปรากฏตามรายงานพิจารณาฉบับลงวันที่ 29 เมษายน 2524) คดีมีปัญหาว่า ที่โจทก์ไม่ติดใจประมูลนี้เป็นการดำเนินการแบ่งทรัพย์ตามวิธีที่ 2 ไม่ได้ หรือโจทก์สละสิทธิในการประมูลแล้วจำเลยฝ่ายเดียวมีสิทธิประมูล เห็นว่าวิธีการประมูลราคากันระหว่างโจทก์จำเลยตามคำพิพากษานั้นหมายความว่าแข่งขันเสนอราคาสู้กันระหว่างโจทก์จำเลย เมื่อโจทก์ไม่ติดใจประมูลแล้ว จำเลยก็ไม่มีโจทก์ที่จะเข้าแข่งขันเสนอราคาสู้ด้วย ต้องถือว่าการประมูลราคากันระหว่างโจทก์จำเลยตามวิธีการที่ 2 ทำไม่ได้ จะต้องดำเนินการตามวิธีที่ 3 ต่อไป คือขายทอดตลาดที่ดินพิพาททั้งหมดแล้วนำเงินมาแบ่งปันกันตามที่ศาลอุทธรณ์กำหนด
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 600/2527
นางสาวสมปอง เสียงสุวรรณ โจทก์
นางสมศรี เศรษฐบุตร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวสมปอง เสียงสุวรรณ · จำเลย - นางสมศรี เศรษฐบุตร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ยนต์ พิรวินิจ · อุดม บรรลือสินธุ์ · พจน์ บุญเลี้ยง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา