คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 481/2514
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยึดทรัพย์ต้องเป็นทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเท่านั้น ส่วนเงินที่ลูกหนี้มีสิทธิได้รับจากบุคคลภายนอกนั้น เป็นการอายัดเงินของลูกหนี้ ซึ่งเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะต้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยก่อนมีการชำระเงิน หากยื่นคำร้องภายหลังการชำระเงินแล้ว จะหมดสิทธิขอเฉลี่ยได้
ย่อคำพิพากษา
ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งส่งเงินซึ่งจำเลยมีสิทธิจะได้รับมาตามคำสั่งอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดี ดังนี้มิใช่เรื่องเจ้าพนักงานบังคับคดียึดเงินจำนวนนี้มา
การยึดทรัพย์ต้องเป็นทรัพย์ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเงินที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาเพียงมีสิทธิได้รับจากสำนักงานสลากกินแบ่งซึ่งเป็นบุคคลภายนอก เป็นเรื่องอายัดเงินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะต้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยเสียก่อนมีการชำระเงินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรค 4 ผู้ร้องยื่นคำร้องภายหลังที่สำนักงานสลากกินแบ่งชำระเงินต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว ผู้ร้องจึงหมดสิทธิขอเฉลี่ยได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
กรณีเนื่องจากโจทก์ฟ้องเรียกเงินจากจำเลยเป็นเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท และยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งอายัดเงินบำเหน็จและเงินสะสม ซึ่งจำเลยมีสิทธิจะได้รับจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลไว้ก่อนพิพากษา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอายัดเงินดังที่โจทก์ขอและออกหมายอายัดชั่วคราวอายัดเงินบำเหน็จและเงินสะสม ๔๐,๐๐๐ บาทของจำเลยไปยังผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๑๒
วันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๑๒ โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาล ศาลตั้งหัวหน้ากองบังคับคดีแพ่งเป็นเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีตามคำขอของโจทก์ ต่อมาสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลส่งเงินที่จำเลยมีสิทธิได้รับจำนวน ๓๖,๗๘๒ บาท ๑๕ สตางค์ มายังกองบังคับคดีแพ่ง ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยนี้ในคดีแพ่งแดงที่ ๑๓๘๘/๒๕๑๓ ของศาลชั้นต้นยื่นคำร้องขอเฉลี่ยหนี้รายนี้ ศาลชั้นต้นเห็นว่า ผู้ร้องร้องขอเฉลี่ยเมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๑๓ เป็นเวลาเกิน ๑๔ วันแล้วให้ยกคำร้องของผู้ร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งศาลแพ่งให้รับคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ของผู้ร้อง
โจทก์ฎีกา
ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ภายหลังที่ศาลพิพากษาคดีนี้แล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีได้มีคำสั่งอายัดเงินซึ่งจำเลยผู้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิจะได้รับไปยังผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ส่งเงินจำนวนนี้มาตามคำสั่งอายัดดังกล่าวดังนี้ มิใช่เรื่องเจ้าพนักงานบังคับคดียึดเงินจำนวนนี้มา ทั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีก็จะยึดเงินจำนวนนี้ไม่ได้ เพราะการยึดนั้น ทรัพย์ต้องเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษา แต่เงินจำนวนนี้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาเพียงมีสิทธิที่จะได้รับจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลซึ่งเป็นบุคคลภายนอก กรณีนี้จึงเป็นเรื่องอายัดเงินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะต้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยเสียก่อนมีการชำระเงินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๐ วรรค ๔ แต่ผู้ร้องมายื่นคำร้องภายหลังที่ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลชำระเงินจำนวนนี้ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีแพ่งแล้ว ผู้ร้องจึงหมดสิทธิที่จะขอเฉลี่ยทรัพย์รายนี้ได้
พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 481/2514
นางปภาศิริ เสริมประภาศิลป์ โจทก์
หม่อมหลวงอ่องลออ ลดาวัลย์ จำเลย
นางสมคิด สกุลจริยา ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางปภาศิริ เสริมประภาศิลป์ · จำเลย - หม่อมหลวงอ่องลออ ลดาวัลย์ · ผู้ร้อง - นางสมคิด สกุลจริยา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชวน พูนคำ · ทองคำ จารุเหติ · ประพนธ์ ศาตะมาน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายแผ้ว ศิวะบวร · ศาลอุทธรณ์ - นายสนับ คัมภีรยส |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา