คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1612/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
กิจการของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยไม่ตกอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานและกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์
ย่อคำพิพากษา
พระราชบัญญัติการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2522 มาตรา 6 บัญญัติให้กิจการของการท่าอากาศยานไม่ตกอยู่ใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานและกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ โจทก์ฟ้องโดยอาศัยสิทธิของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน อันเป็นกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และอาศัยสิทธิตามพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานฯ พ.ศ.2522 มาตรา 49 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มุ่งหมาย จะให้ความคุ้มครองแก่ลูกจ้างนอกเหนือจากที่มีอยู่แล้วตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานและกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ ถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายคุ้มครองแรงงานเมื่อคดีนี้ไม่มีข้อโต้แย้งว่าข้อบังคับการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยกำหนดสิทธิของโจทก์ให้ได้รับความคุ้มครองแรงงานน้อยกว่าที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานบัญญัติไว้โจทก์ จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.46 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 พระราชบัญญัติการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พ.ศ.2522 ม.6 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ จำเลยไล่โจทก์ออกจากงานโดยโจทก์ไม่มีความผิด เป็นการไล่ออกอย่างไม่เป็นธรรม และไม่จ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยและรับโจทก์กลับเข้าทำงาน
จำเลยให้การว่า โจทก์ละทิ้งหน้าที่ติดต่อกันเป็นเวลาเกินกว่าสามวันทำการอันเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง จำเลยจึงปลดโจทก์ออกจากงานตามข้อบังคับของจำเลย กิจของจำเลยไม่ต้องตกอยู่ใต้บังคับของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานและกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ ตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๒๒
ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องเรียกค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน และฟ้องว่าการปลดโจทก์ออกจากงานเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน อันเป็นการฟ้องโดยอาศัยสิทธิตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พุทธศักราช ๒๕๒๒ มาตรา ๔๙ แต่พระราชบัญญัติการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยพุทธศักราช ๒๕๒๒ มาตรา ๖ บัญญัติให้กิจการของการท่าอากาศยานไม่ต้องตกอยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานและกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ แต่พนักงานและลูกจ้างของการท่าอากาศยานต้องได้รับการคุ้มครองแรงงานไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน ฟ้องโจทก์ดังกล่าวได้อาศัยสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานและอาศัยสิทธิตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๙ ซึ่งเป็นกฎหมายที่มุ่งหมายจะให้ความคุ้มครองแก่ลูกจ้างนอกเหนือจากที่มีอยู่แล้วตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานและกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ ถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ความในมาตรา ๖ ที่ว่า พนักงานและลูกจ้างของการท่าอากาศยานต้องได้รับความคุ้มครองแรงงานไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยคุ้มครองแรงงาน นั้น เป็นเพียงกำหนดสิทธิของลูกจ้างและพนักงานให้มีสิทธิต่าง ๆ ไม่น้อยกว่าที่บัญญัติไว้ในกฎหมายคุ้มครองแรงงาน คดีนี้ไม่มีข้อโต้แย้งว่าข้อบังคับการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยกำหนดสิทธิของโจทก์ให้ได้รับความคุ้มครองแรงงานน้อยกว่าที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานบัญญัติ ฟ้องโจทก์ทั้งสองประการอาศัยสิทธิของกฎหมายคุ้มครองแรงงานอันจำเลยได้รับยกเว้นไม่อยู่ในบังคับ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1612/2528
นายเสรี นาคแก้ว โจทก์
การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเสรี นาคแก้ว · จำเลย - การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุพจน์ นาถะพินธุ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · เพียร สุมิระ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายวิทูรย์ สุทธิประภา · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา