⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1836/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1836/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้ขายผิดสัญญาไม่ก่อสร้างอาคารพาณิชย์ให้แล้วเสร็จ ผู้ซื้อย่อมมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากการที่ต้องซื้ออาคารพาณิชย์ใหม่ในราคาสูงขึ้นได้ แม้ผู้ซื้อจะยังไม่ได้ซื้ออาคารพาณิชย์ใหม่ ศาลก็มีอำนาจกำหนดค่าเสียหายให้ตามควรแก่พฤติการณ์ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์และจำเลยตกลงทำสัญญาจะซื้อจะขายอาคารพาณิชย์และที่ดินพร้อมกับชำระเงินงวดที่ 1 เมื่อการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ชั้นล่างแล้วเสร็จและกำลังก่อสร้างชั้นที่สอง ซึ่งตามผลงานก่อสร้างดังกล่าวสัญญาได้ระบุไว้ว่าต้องชำระเงินงวดที่ 2และงวดต่อไปแล้ว แต่ปรากฏว่าจำเลยก่อสร้างอาคารพาณิชย์นั้นต่อไปอีกประมาณ 7 วันก็หยุดการก่อสร้าง และทิ้งค้างไว้เนื่องจากเหตุขัดข้องอย่างอื่นที่มิใช่เพราะโจทก์ผิดนัดไม่ชำระราคาเป็นเวลานานกว่า 1 ปีจนกระทั่งโจทก์ฟ้องคดีก็ยังไม่ก่อสร้างต่อ และจำเลยก็มิได้ทวงถามให้โจทก์ชำระเงินงวดที่ 2 และงวดต่อๆ ไป ดังนี้ ถือว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา การที่โจทก์ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในอาคารพาณิชย์และที่ดินเนื่องจากจำเลยผิดสัญญา และโจทก์จะต้องซื้ออาคารพาณิชย์และที่ดินรายใหม่ในราคาสูงขึ้นกว่าเดิมนั้น ถือได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหาย จึงมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยตามจำนวนเงินที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นจากราคาเดิมที่ตกลงในสัญญาได้ และค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องนี้ก็มิใช่ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่พฤติการณ์พิเศษแต่เป็นค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายเช่นที่ตามปกติย่อมเกิดขึ้นแต่การที่จำเลยไม่ชำระหนี้ซึ่งแม้โจทก์จะยังมิได้ซื้ออาคารพาณิชย์และที่ดินใหม่ และไม่เป็นที่แน่นอนว่าโจทก์จะต้องเสียเงินเพิ่มเท่าไร ศาลก็มีอำนาจกำหนดจำนวนเงินค่าเสียหายให้โจทก์ตามควรแก่พฤติการณ์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.132 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.222 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.378 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.387 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.461

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เป็นเจ้าของและผู้ดำเนินการก่อสร้างอาคารขายแก่ประชาชน จำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญาจะขายอาคารพาณิชย์ ๑ คูหาพร้อมที่ดินให้แก่โจทก์และรับเงินมัดจำไปแล้ว แต่จำเลยทั้งสองไม่ดำเนินการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ดังกล่าวเป็นการผิดสัญญา ขอบังคับให้จำเลยทั้งสองคืนมัดจำและใช้ค่าเสียหาย จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ หยุดการก่อสร้างเพราะโจทก์ผิดสัญญาไม่ชำระราคาที่ดินและอาคาร จึงไม่ต้องคืนมัดจำส่วนค่าเสียหายที่โจทก์ต้องซื้อตึกแถวในราคาสูงขึ้นเป็นค่าเสียหายอันเกิดจากพฤติการณ์พิเศษที่จำเลยที่ ๑ มิได้คาดคิด โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้อง ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ เป็นฝ่ายผิดสัญญาจำเลยที่ ๒ เป็นเพียงตัวแทนเชิดของจำเลยที่ ๑ จึงไม่ต้องรับผิดพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ คืนมัดจำและชดใช้ค่าเสียหาย ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏตามสัญญาจะซื้อจะขายอาคารพาณิชย์พร้อมที่ดินตามฟ้องว่า โจทก์จะต้องชำระค่าอาคารพาณิชย์และที่ดินตามฟ้อง ๔ งวด งวดที่ ๑ ชำระ ๔๐,๐๐๐ บาท ถือว่าเป็นค่ามัดจำ ซึ่งโจทก์ได้ชำระให้จำเลยที่ ๑ แล้วในวันทำสัญญางวดที่ ๒ ชำระ ๖๕,๐๐๐ บาท เมื่อจำเลยที่ ๑ ขุดหลุมตอกเข็มแล้วงวดที่ ๓ ชำระ ๕๐,๐๐๐ บาท ภายใน ๓๐ วันหลังจากชำระงวดที่ ๒ งวดที่ ๔ ชำระ ๕๐,๐๐๐ บาท ภายใน ๓๐ วัน หลังจากชำระงวดที่ ๓ เงินที่เหลือชำระก่อนหรือในวันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ปรากฏข้อเท็จจริงว่า เมื่อโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ทำสัญญาจะซื้อจะขายอาคารพาณิชย์พร้อมที่ดินตามฟ้อง พร้อมกับชำระเงินงวดที่ ๑ ให้แก่จำเลยที่ ๑ นั้น การก่อสร้างอาคารพาณิชย์ ตามฟ้องชั้นล่างได้แล้วเสร็จและกำลังก่อสร้างชั้นที่สอง จำเลยที่ ๑ ก่อสร้างอาคารพาณิชย์ตามฟ้องต่อไปอีกประมาณ ๗ วันก็หยุดก่อสร้างไปเองและทิ้งค้างไว้เช่นนั้นเป็นเวลานานกว่า ๑ ปี จนกระทั่งโจทก์ฟ้องคดีนี้ก็ยังไม่ก่อสร้างต่อ และที่จำเลยที่ ๑ หยุดการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ตามฟ้องนั้น มิได้หยุดเพราะโจทก์ผิดนัดไม่ชำระราคาอาคารพาณิชย์และที่ดินตามฟ้องให้จำเลยที่ ๑ ตามสัญญาทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ ได้เคยทวงถามให้โจทก์ชำระเงินงวดที่ ๒ และงวดต่อ ๆ ไปเลยจำเลยที่ ๑ จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา ที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่า โจทก์ยังไม่ได้ซื้อตึกแถวรายใหม่จึงยังมิได้รับความเสียหาย และอาคารพาณิชย์ราคาถูกแพงต่างกันอยู่ที่สภาพของอาคารและทำเล ค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องเป็นค่าเสียหายอันเกิดแต่พฤติการณ์พิเศษ จำเลยที่ ๑ ไม่อาจคาดเห็นได้ และโจทก์มิได้แจ้งให้จำเลยที่ ๑ ทราบว่าได้ซื้ออาคารพาณิชย์อื่นในราคาแพงขึ้น จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายนั้นเห็นว่า หากจำเลยที่ ๑ ปฏิบัติตามสัญญาโจทก์ก็สามารถได้กรรมสิทธิ์ในอาคารพาณิชย์พร้อมที่ดินตามฟ้องโดยเสียเงิน ๔๔๕,๐๐๐ บาท แต่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาไม่ก่อสร้างอาคารพาณิชย์ตามฟ้องให้แล้วเสร็จเพื่อส่งมอบให้โจทก์ หลังจากโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ทำสัญญาจะซื้อจะขายอาคารพาณิชย์พร้อมที่ดินตามฟ้องแล้วอาคารพาณิชย์และที่ดินในละแวกนั้นมีราคาสูงขึ้น การที่จำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาจึงเห็นได้ชัดว่าโจทก์ได้รับความเสียหาย ข้ออ้างตามคำฟ้องและข้อนำสืบของโจทก์นั้นมิได้มีข้อผูกพันว่าโจทก์จะต้องซื้ออาคารพาณิชย์พร้อมที่ดินรายใหม่แทนอาคารพาณิชย์และที่ดินตามฟ้องในราคาสูงกว่า ๔๔๕,๐๐๐ บาทเสียก่อน จึงจะมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยที่ ๑ ได้ เพราะค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องมิใช่ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่พฤติการณ์พิเศษ แต่เป็นค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายเช่นที่ตามปกติย่อมเกิดขึ้นแต่การที่จำเลยที่ ๑ ไม่ชำระหนี้คือไม่ก่อสร้างอาคารพาณิชย์ตามฟ้องให้แล้วเสร็จและส่งมอบให้โจทก์ จำเลยที่ ๑ จะคาดเห็นหรือควรจะคาดเห็นล่วงหน้าก่อนแล้วหรือไม่ จึงไม่ใช่ข้อสำคัญ พฤติการณ์ตามที่โจทก์นำสืบฟังได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายจากการผิดนัดสัญญาของจำเลยที่ ๑ แต่โจทก์ยังมิได้ซื้ออาคารพาณิชย์พร้อมที่ดินที่มีสภาพและทำเลเช่นเดียวกับอาคารพาณิชย์และที่ดินตามฟ้อง จึงยังไม่เป็นที่แน่นอนว่าโจทก์จะต้องเสียเงินเพิ่มจากราคาอาคารพาณิชย์และที่ดินที่โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจากจำเลยที่ ๑ เป็นจำนวนเงินเท่าใด แต่ศาลมีอำนาจกำหนดจำนวนเงินค่าเสียหายยให้โจทก์ตามควรแก่พฤติการณ์ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์ ๓๕,๐๐๐ บาทนั้นเหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1836/2528 นายวิเชียร เกิดมีทรัพย์ โจทก์ บริษัทโสมสุดา จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวิเชียร เกิดมีทรัพย์ · จำเลย - บริษัทโสมสุดา จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง คล้ายแก้ว · ชูเชิด รักตะบุตร์ · ปรานอม มหรรณพ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายดลจรัส รัตนโศภิต · ศาลอุทธรณ์ - นายประมาณ ชันซื่อ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 591/2531ฎีกา 2467/2526ฎีกา 2821/2522ฎีกา 770/2486ฎีกา 560/2553ฎีกา 231/2482ฎีกา 4015/2528ฎีกา 2409/2551ฎีกา 6239/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 4590/2553ฎีกา 3760/2533ฎีกา 4192/2536ฎีกา 615/2531ฎีกา 1627/2505ฎีกา 7051/2540ฎีกา 6848/2540ฎีกา 1037/2540ฎีกา 4564/2543ฎีกา 2794/2526ฎีกา 8543/2544ฎีกา 1061/2511ฎีกา 9571/2544ฎีกา 8319/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา