⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2039/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2039/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้จัดการมรดกแสดงจำนวนเงินในงบดุลกองมรดกเกินกว่าความเป็นจริง แม้จะเป็นเท็จ แต่หากไม่ทำให้ทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกได้รับความเสียหาย หรือทำให้สิทธิในการรับมรดกของทายาทน้อยกว่าที่เป็นจริง การกระทำนั้นไม่มีมูลความผิดฐานแจ้งความเท็จหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์และจำเลยต่างก็เป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดก เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นทายาทยื่นคำร้องต่อศาลขอให้จำเลยจ่ายเงินแก่ทายาท. จำเลยยื่นงบดุลกองมรดกต่อศาลแสดงจำนวนเงินเหลืออยู่มากกว่าจำนวนที่เหลืออยู่จริง แม้จะเป็นเท็จก็มิใช่เป็นข้อสำคัญในคดี. และโจทก์ซึ่งเป็นทายาทก็ไม่ได้รับความเสียหายเพราะไม่ทำให้โจทก์มีสิทธิได้รับเงินมรดกน้อยกว่าจำนวนที่เป็นจริง การกระทำของจำเลยไม่มีมูลความผิดฐานแจ้งความเท็จหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 9/2518).

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายอาญา ม.137 ประมวลกฎหมายอาญา ม.180

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับโจทก์และคณะรวม ๕ คนเป็นผู้จัดการมรดก ร.อ.หลวงไวรณการตามคำสั่งศาลแพ่ง แต่จำเลยทั้งสองไม่ยอมแบ่งปันเงินมรดกให้โจทก์ศาลนัดพร้อมเพื่อสอบถาม จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันยื่นงบดุลกองมรดกและรับรองว่าถูกต้องต่อศาล เพื่อแสดงรายรับ รายจ่าย และเงินคงเหลือของกองมรดกว่ากองมรดกมีเงินฝากใในธนาคารเหลืออยู่จำนวน ๘๔,๕๓๗.๘๘ บาท จ่ายเงินที่ถูกเจ้าหนี้ตามคำพิพากษายึดไว้เป็นจำนวน ๔๙,๘๙๑ บาท รวมเป็นเงินมรดกเหลืออยู่จำนวน ๑๓๔,๔๒๘.๘๘ บาท อันเป็นเท็จ ความจริงเงินมรดกมีเหลืออยู่ในบัญชีเงินฝากที่ธนาคารเพียง ๔๙,๘๙๑ บาท การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นเหตุให้โจทก์และทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗, ๑๘๐, ๘๓ ศาลชั้นต้นพิจารณาคำฟ้องแล้ว วินิจฉัยว่าโจทก์มิใช่ผู้เสียหาย พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยทั้งสองร่วมกันยื่นงบดุลกองมรดกต่อศาลในการพิจารณาคดีแพ่งนั้น ปรากฏตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ว่างบดุลที่จำเลยยื่นนั้นจำนวนเงินมรดกเหลืออยู่มากกว่าจำนวนที่เหลืออยู่จริง แม้จะเป็นเท็จก็มิใช่เป็นข้อสำคัญในคดี และโจทก์ซึ่งเป็นทายาทก็ไม่ได้รับความเสียหายเพราะไม่ทำให้โจทก์มีสิทธิได้รับเงินมรดกน้อยกว่าจำนวนที่เป็นจริง โจทก์จะเสียหายก็ต่อเมื่อจำเลยแสดงงบดุลจำนวนเงินมรดกน้อยกว่าที่เป็นจริง เช่นนี้การกระทำของจำเลยทั้งสองย่อมไม่มีมูลความผิดฐานแจ้งความเท็จหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗, ๑๘๐ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2039/2528 นายเล็ก ไวทยานุวัตติ. โจทก์ นายบุญถม ไวทยานุวัตติ กับพวก. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเล็ก ไวทยานุวัตติ. · จำเลย - นายบุญถม ไวทยานุวัตติ กับพวก.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สหัส สิงหวิริยะ · จุนท์ จันทรวงศ์ · สกุล เศรษฐสุข
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - ( อ่านไม่ออก ) · ศาลอุทธรณ์ - นายธิรพันธ์ รัศมิทัต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8080/2538ฎีกา 18211/2555ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 4048/2528ฎีกา 11720/2555ฎีกา 284/2507ฎีกา 1499/2531ฎีกา 389/2542ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 581/2527ฎีกา 1193/2510ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 492/2509ฎีกา 420-421/2507ฎีกา 2386/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา