⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2239/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2239/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ที่มิใช่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือผู้สมัครรับเลือกตั้ง ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องคดีอาญาเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งที่ตนไม่ได้เป็นผู้เสียหายโดยตรง.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องอ้างว่า ช. ผู้สมัครรับเลือกตั้งกระทำผิด พระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 มาตรา 26 และ บ. ซึ่งเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดกระทำผิด พระราชบัญญัติเลือกตั้งฯ มาตรา 26 และ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,165 โจทก์ได้ร้องเรียนไปยังจำเลยทั้งห้า ให้มีการสอบสวนดำเนินคดีกับช. และ บ.และจำเลยทั้งห้ามิได้ดำเนินคดีกับบุคคลทั้งสองขอให้ลงโทษจำเลยทั้ง ห้าตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,165,200 เช่นนี้ เมื่อโจทก์มิใช่บุคคล ที่อาจร้องคัดค้านการเลือกตั้งได้ ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งฯ มาตรา 78 จึงมิใช่ ผู้มีส่วนได้เสียหรือผู้เสียหายเนื่องจากการกระทำผิดพระราชบัญญัติการเลือกตั้งฯ มาตรา 26 ดังนั้นการที่โจทก์ ร้องเรียน ต่อจำเลยทั้งห้าให้ดำเนินคดีกับ ช. และ บ. และจำเลยทั้งห้ามิได้ดำเนินคดี กับบุคคลทั้งสองเมื่อ โจทก์มิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยในกรณีที่ ช. และ บ. กระทำผิดดังกล่าวโจทก์ย่อมมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย สำหรับความผิดที่โจทก์ ฟ้องจำเลยทั้งห้าด้วยโจทก์จึงไม่ มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งห้า

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ประมวลกฎหมายอาญา ม.165 ประมวลกฎหมายอาญา ม.200 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 ม.26 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 ม.78

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องใจความว่า จำเลยทั้งห้าได้บังอาจร่วมกันกระทำผิดกฎหมายโดยเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและหรือป้องกันหรือขัดขวางมิให้การเป็นไปตามกฎหมาย เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความรับผิดทางอาญา ทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์และราษฎรไทยทั่วประเทศ โดยเมื่อต้นปี พ.ศ. 2522รัฐบาลได้ประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2521 ขึ้นทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2522อันเป็นวันเปิดรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งในจังหวัดบุรีรัมย์ นายชัย ชิดชอบ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านได้บังอาจไปใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งโดยยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งต่อนายบำรุง สุขบุษย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ โดยรู้อยู่ว่าตนเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2521 มาตรา 96(7) และนายบำรุง สุขบุษย์ ซึ่งรู้อยู่แล้วว่านายชัย ชิดชอบ ต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งได้บังอาจรับใบสมัครของนายชัย ชิดชอบ และเมื่อวันที่22 เมษายน 2522 อันเป็นวันเลือกตั้ง นายบำรุง สุขบุษย์ ได้ประกาศให้ นายชัย ชิดชอบเป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ 1โดยมิชอบ โจทก์ได้ทำการร้องทุกข์ต่อจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 4 ในฐานะนายกรัฐมนตรีให้สั่งการให้มีการดำเนินคดีกับนายชัย ชิดชอบ และนายบำรุง สุขบุษย์ แต่จำเลยที่1 ที่ 4กลับส่งเรื่องให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 พิจารณา และจำเลยทั้งห้าไม่สั่งดำเนินคดีกับบุคคลทั้งสอง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 165 และ 200 ศาลชั้นต้นพิเคราะห์ฟ้องของโจทก์แล้วเห็นว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จึงมีคำสั่งให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 165 และ 200 จึงต้องพิจารณาในเบื้องแรกก่อนว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายตามกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) ได้นิยามความหมายของผู้เสียหายว่า"หมายความถึงบุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดฐานใดฐานหนึ่งรวมทั้งบุคคลอื่นที่มีอำนาจจัดการแทนได้ ดังบัญญัติไว้ในมาตรา 4, 5 และ 6"สำหรับกรณีของนายชัย ชิดชอบ นั้น แม้ถึงหากจะฟังได้ว่าได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 26 โดยสมัครรับเลือกตั้งทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครก็ตาม ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 78 ก็ได้บัญญัติว่าเฉพาะผู้เลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือพรรคการเมืองซึ่งมีสมาชิกสมัครรรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นเท่านั้นที่มีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งต่อศาลจังหวัดที่เขตเลือกตั้งนั้นตั้งอยู่ได้ แสดงว่ากฎหมายถือว่าบุคคล 3 ประเภทดังกล่าวเท่านั้นที่เป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือผู้เสียหายเนื่องจากการกระทำผิดพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 26 มิใช่ราษฎรไทยทุกคนเป็นผู้เสียหายดังที่โจทก์เข้าใจ สำหรับนายบำรุง สุขบุษย์ ที่โจทก์อ้างว่ากระทำผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 26 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 165 ก็เช่นเดียวกัน ตามฎีกาของโจทก์ก็ยอมรับว่าโจทก์ไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่จะฟ้องร้องนายชัย ชิดชอบและนายบำรุง สุขบุษย์ เองได้ ดังนั้นการที่โจทก์ไปร้องเรียนต่อจำเลยที่ 1 และที่ 4ให้สั่งการให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 สอบสวนดำเนินคดีแก่นายชัย ชิดชอบ และนายบำรุง สุขบุษย์ ตามฟ้องและจำเลยทั้งห้ามิได้ดำเนินคดีแก่บุคคลทั้งสองตามที่โจทก์กล่าวหานั้นน เมื่อโจทก์มิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยในกรณีที่นายชัย ชิดชอบและนายบำรุง สุขบุษย์ กระทำความผิดตามที่โจทก์กล่าวหา โจทก์ย่อมมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยสำหรับความผิดที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งห้าด้วย จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้คำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2239/2528 นาย เสรี น้อย บัว ทิพย์ โจทก์ นาย ประเทือง กีรติ บุตร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย เสรี น้อย บัว ทิพย์ · จำเลย - นาย ประเทือง กีรติ บุตร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 5973/2537ฎีกา 8080/2538ฎีกา 74/2464ฎีกา 313/2526ฎีกา 605/2511ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 1680/2532ฎีกา 7281/2537ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 389/2542ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 2747/2529ฎีกา 4209/2567ฎีกา 276/2520ฎีกา 9083/2544ฎีกา 4547/2530ฎีกา 1813/2531ฎีกา 3112/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา