⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2264/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2264/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. สัญญาจะซื้อขายบ้านพร้อมที่ดินที่มิได้กำหนดระยะเวลาการปลูกสร้างบ้านให้แล้วเสร็จไว้ ผู้จะซื้อย่อมนำสืบพยานบุคคลได้ว่าได้มีการตกลงกำหนดระยะเวลาไว้โดยวาจา เพราะเป็นการนำสืบข้อตกลงต่างหากจากสัญญา มิใช่การเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารสัญญา 2. หากคู่สัญญาจะซื้อขายบ้านพร้อมที่ดินฝ่ายหนึ่งรับชำระเงินค่าบ้านล่าช้ากว่ากำหนดและไม่ครบถ้วนตามสัญญา แต่ฝ่ายผู้จะขายก็ยังคงรับเงินและออกใบเสร็จรับเงินให้ ถือว่าคู่สัญญาไม่ได้มีเจตนาถือเอากำหนดเวลาและจำนวนเงินที่ชำระเป็นสาระสำคัญ ฝ่ายผู้จะซื้อจึงยังไม่ถือว่าผิดสัญญา

ย่อคำพิพากษา

สัญญาจะซื้อขายบ้านพร้อมที่ดินเป็นสัญญาต่างตอบแทนซึ่งผู้จะขายจะต้องสร้างบ้านให้เสร็จและโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพร้อมบ้านในวันที่ผู้จะซื้อชำระเงินงวดสุดท้าย และตามปกติจะต้องมีกำหนดเวลาการสร้างบ้านให้แล้วเสร็จไว้ในสัญญาด้วย เมื่อในสัญญามิได้กำหนดระยะเวลาการปลูกสร้างบ้านให้แล้วเสร็จไว้ผู้จะซื้อย่อมนำสืบพยานบุคคลได้ว่าผู้จะขายได้กำหนดระยะเวลาไว้โดยตกลงกันด้วยวาจาเพราะมิใช่เป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือเพิ่มเติมเอกสารสัญญา แต่เป็นการนำสืบถึงข้อตกลงต่างหากจากสัญญาจะซื้อขายเพื่อให้ชัดเจนและเพื่อให้คู่สัญญาปฏิบัติตามกำหนดระยะเวลาในสัญญาได้ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 สัญญาจะซื้อขายบ้านพร้อมที่ดินกำหนดชำระเงินไว้เป็นงวด ๆ ผู้จะซื้อได้ชำระเงินให้ผู้จะขายแล้วบางส่วน แม้จะไม่ ครบถ้วนและไม่ตรงตามกำหนดเวลาตามสัญญาแต่ผู้จะขายก็รับเงินและออกใบเสร็จรับเงินให้ ถือได้ว่าคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย มิได้มีเจตนาถือเอากำหนดเวลาการชำระเงินและจำนวนเงินที่ ชำระกันตามสัญญาเป็นสาระสำคัญผู้จะซื้อจึงยังมิใช่ผู้ผิดสัญญา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.203 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.387 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาจะซื้อขายบ้านพร้อมที่ดินจากจำเลยโดยผ่อนชำระเป็นงวด ๆ จำเลยสัญญาว่าจะปลูกบ้านให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วันนับแต่วันทำสัญญาโจทก์ได้ชำระเงินให้แก่จำเลยรวม ๔ งวดรวมเป็นเงิน ๙๐,๐๐๐ บาท จำเลยปลูกบ้านไม่แล้วเสร็จตามสัญญา โจทก์จึงมีหนังสือบอกเลิกสัญญาแก่จำเลย ให้จำเลยคืนเงินพร้อมดอกเบี้ย จำเลยเพิกเฉย จึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยสัญญาแก่โจทก์ว่าจะปลูกสร้างบ้านให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาชำระเงินแต่ละงวดไม่ครบตามที่ระบุในสัญญาจำเลยจึงบอกเลิกสัญญาและริบเงินที่โจทก์ได้ชำระไว้แล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกเงินคืนจากจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน ๙๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญาจะซื้อขายบ้านพร้อมด้วยที่ดินตามเอกสารหมาย จ.๑ ไม่มีข้อสัญญาปลูกบ้านให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วันนับแต่วันทำสัญญา ดังนี้ โจทก์จะต้องห้ามมิให้นำสืบเพิ่มเติมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ หรือไม่ เห็นว่า สัญญาจะซื้อขายที่ดินพร้อมบ้านระหว่างโจทก์กับจำเลยดังกล่าวนั้นเป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อข้อเท็จจริงรับกันว่าจำเลยจะต้องสร้างบ้านในที่ดินที่โจทก์ทำสัญญาจะซื้อขายจากจำเลยให้เสร็จ และโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพร้อมบ้านในวันที่โจทก์ชำระเงินงวดสุดท้ายตามสัญญาจะซื้อขายที่ดินพร้อมบ้านเอกสารหมาย จ.๑ ข้อ ๓ และโจทก์ได้ผ่อนชำระให้จำเลยไปบางส่วนแล้ว เป็นเงิน ๙๐,๐๐๐ บาท จำเลยจึงมีหนี้ที่จะต้องชำระตอบแทนแก่โจทก์คือต้องสร้างบ้านและส่งมอบให้แก่โจทก์ตามสัญญา ซึ่งตามปกติจะต้องกำหนดเวลาการสร้างบ้านให้แล้วเสร็จไว้ในสัญญาด้วยมิฉะนั้นจำเลยจะสร้างบ้านให้เสร็จเมื่อไรก็แล้วแต่ความพอใจของจำเลย อาจจะเป็น ๑๐ ปี หรือ ๒๐ ปีก็ได้ จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ เกี่ยวกับเรื่องที่กำหนดเวลาสร้างบ้านให้แล้วเสร็จเมื่อไรนั้น โจทก์ก็ได้กล่าวอ้างไว้ในฟ้องแล้ว แม้จะไม่ปรากฏในสัญญาเอกสารหมาย จ.๑ ก็ตาม กรณีเช่นนี้โจทก์ย่อมมีสิทธินำสืบเกี่ยวกับกำหนดเวลาที่จำเลยสัญญาว่าจะปลูกบ้านและให้โจทก์เข้าอยู่อาศัยได้ภายใน ๙๐ วันนับแต่วันทำสัญญาได้ เพราะมิใช่เป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือเพิ่มเติมเอกสารสัญญาแต่อย่างใด แต่เป็นการนำสืบถึงข้อตกลงต่างหากจากสัญญาจะซื้อขายเพื่อให้ชัดเจนและเพื่อให้คู่สัญญาปฏิบัติตามกำหนดระยะเวลาในสัญญาได้ กรณีจึงไม่ต้องห้ามตามบทบัญญัติมาตรา ๙๔ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งแต่ประการใดแม้โจทก์จะชำระเงินค่าที่ดินพร้อมบ้านให้จำเลยเพียง ๙๐,๐๐๐ บาท ไม่ครบถ้วนและไม่ตรงตามกำหนดเวลาตามสัญญาก็ตาม แต่จำเลยก็รับเงินไว้ตามใบเสร็จรับเงินและใบรับเอกสารหมาย จ.๓ ถึง จ.๕ จึงถือได้ว่าโจทก์จำเลยมิได้มีเจตนาถือเอากำหนดเวลาการชำระเงินและจำนวนเงินที่ชำระกันตามสัญญาเป็นสาระสำคัญทั้งการชำระเงินงวดสุดท้ายตามสัญญาเอกสารหมาย จ.๑ ข้อ ๓ ก็มิได้กำหนดวันชำระกันไว้ด้วยจากวันทำสัญญาคือวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓ จนถึงวันที่โจทก์บอกเลิกสัญญาคือวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๒๔ เป็นเวลา ๑ ปีเศษ จำเลยก็มิได้ก่อสร้างบ้านให้เสร็จ จึงถือได้ว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์ย่อมมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเมื่อโจทก์บอกเลิกสัญญาเอกสารหมาย จ.๑ แล้วคู่สัญญาคือโจทก์และจำเลยต้องกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิมตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๙๑ จำเลยจึงต้องคืนเงินจำนวน ๙๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2264/2528 นางวิมล ปัตเมฆ โจทก์ บริษัทพงศ์สุดา จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางวิมล ปัตเมฆ · จำเลย - บริษัทพงศ์สุดา จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สหัส สิงหวิริยะ · โสภณ รัตนากร · เสนอ ศรนิยม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเสริมพงศ์ วรยิ่งยง · ศาลอุทธรณ์ - นายเสียง ตรีวิมล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 170/2497ฎีกา 591/2531ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 464/2497ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1561/2520ฎีกา 6239/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 763/2484ฎีกา 961/2566ฎีกา 6801/2540ฎีกา 794/2509ฎีกา 615/2531ฎีกา 1896/2492ฎีกา 3649/2525ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 6848/2540ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 4564/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา