คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2748/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สมุดคู่ฝากบัญชีออมทรัพย์เป็นเอกสารสิทธิที่แสดงถึงสิทธิของผู้ฝากในการถอนเงินคืนจากธนาคาร การปลอมเอกสารหลายฉบับโดยมีเจตนาเดียวกันที่จะใช้หลอกลวง ถือเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท
ย่อคำพิพากษา
สมุดคู่ฝากบัญชีออมทรัพย์มีข้อความแสดงว่าผู้ฝากได้ฝากเงินไว้กับธนาคารย่อมเป็นหลักฐานแห่งการก่อตั้งสิทธิแก่ผู้ฝากที่จะเรียกถอนเงินฝากคืน หาใช่เพียงแต่เป็นหลักฐานแสดงฐานะของผู้ฝากไม่ การที่มิได้ทำขึ้นเพื่อใช้ถอนเงินฝากนั้นก็ไม่ทำให้ลักษณะของเอกสารเปลี่ยนแปลงไปจึงเป็นเอกสารสิทธิ การที่จำเลยทำปลอมสมุดคู่ฝากให้แก่ ก. และหนังสือรับรองว่าผู้นั้นเป็นพนักงานของธนาคาร ด้วยเจตนาเดียวกันที่จะใช้เป็นหลักฐานหลอกลวงเจ้าหน้าที่สถานกงสุลฯให้ออกหนังสือผ่านแดนให้แก่ผู้มีชื่อคนนั้น ไม่ว่าจำเลยจะปลอมเอกสารนั้นพร้อมกันหรือคนละคราว ย่อมถือได้ว่าเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปลอมจดหมายของธนาคารกสิกรไทย จำกัด และสมุดคู่ฝากบัญชีออมทรัพย์ของธนาคารกสิกรไทย จำกัด ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานทำเอกสารปลอมและปลอมเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 และมาตรา 265 ลงโทษจำคุกทั้งสองกระทง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้จำเลย 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นางสาวกาญจนาได้ว่าจ้างจำเลยให้จัดการทำหนังสือผ่านแดน (วีซ่า) เพื่อเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาโดยนางสาวกาญจนามีเพียงหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ท) สำเนาทะเบียนบ้านและรูปถ่าย ต่อมาจำเลยกับพวกได้ร่วมกันทำปลอมสมุดคู่ฝากบัญชีออมทรัพย์ของธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขาพหลโยธิน ซึ่งมีชื่อนางสาวกาญจนาเป็นผู้ฝาก และหนังสือรับรองเป็นภาษาอังกฤษว่านางสาวกาญจนาเป็นพนักงานของธนาคารกสิกรไทย จำกัด ขึ้น และได้มอบเอกสารดังกล่าวให้นางสาวกาญจนา นางสาวกาญจนาได้นำไปยื่นต่อเจ้าหน้าที่สถานกงสุลสหรัฐอเมริกา แล้ววินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า สมุดคู่ฝากมีข้อความแสดงว่านางสาวกาญจนาได้ฝากเงินไว้กับธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขาพหลโยธิน มีรายการฝากและถอนเงินหลายครั้ง คงเหลือยอดเงินสุดท้ายเป็นเงิน 143,658.35 บาท ย่อมเป็นหลักฐานแห่งการก่อตั้งสิทธิแก่นางสาวกาญจนาที่จะเรียกถอนเงินฝากคืน หาใช่เพียงแต่เป็นหลักฐานแสดงฐานะของนางสาวกาญจนาไม่ การที่มิได้ทำขึ้นเพื่อใช้ถอนเงินฝากนั้น ก็ไม่ทำให้ลักษณะของเอกสารเปลี่ยนแปลงไป เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(9) จำเลยทำปลอมจึงเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิตาม มาตรา 265 แต่ปรากฏว่าจำเลยทำปลอมสมุดคู่ฝากและหนังสือรับรองด้วยเจตนาเดียวกันที่จะใช้เป็นหลักฐานหลอกลวงเจ้าหน้าที่สถานกงสุลสหรัฐอเมริกาให้ออกหนังสือผ่านแดนให้นางสาวกาญจนา ไม่ว่าจำเลยจะปลอมเอกสารนั้นพร้อมกันหรือคนละคราว ย่อมถือได้ว่าเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม มาตรา 91
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยฐานปลอมเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2748/2528
อัยการกรมอัยการ โจทก์
นายประเสริฐ แก้วสีทอง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายประเสริฐ แก้วสีทอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วุฒิ ยุววิทยาพาณิชย์ · โสภณ รัตนากร · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา