⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3179/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3179/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตั้งตัวแทนเพื่อทำการเช่าอสังหาริมทรัพย์ซึ่งต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่นั้น การตั้งตัวแทนก็ต้องทำเป็นหนังสือด้วย มิฉะนั้นจะใช้บังคับแก่ผู้ให้เช่าไม่ได้ เมื่อข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นข้อใดหรือทั้งคดีได้แล้ว ศาลมีอำนาจสั่งงดสืบพยานได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ผู้รับมรดกของ อ. ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินและตึกแถวที่เช่า จำเลยอ้างว่าจำเลยตั้งให้ ร. เป็นตัวแทนของจำเลยเข้าทำสัญญาเช่าและจดทะเบียนการเช่าตึกแถวกับ อ. ผู้ให้เช่า ซึ่ง อ. ก็ทราบเรื่องนี้ดีและยินยอมให้ ร. เข้าทำสัญญาเช่าในฐานะตัวแทนของจำเลยได้กรณีจึงเป็นเรื่องที่จำเลยเปิดเผยให้บุคคลภายนอกทราบแล้วว่าตนเป็นตัวการตั้งให้ ร. ทำสัญญาเช่าแทนจำเลยจะมาอ้างว่าตนเป็นตัวการไม่เปิดเผยชื่อ กลับแสดงตนให้ปรากฏและเข้ารับเอาสัญญาเช่าที่ ร. ตัวแทนได้ทำไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 806 หาได้ไม่ การที่จำเลยตั้ง ร. เป็นตัวแทนไปกระทำการดังกล่าวซึ่งต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงต้องทำเป็นหนังสือเมื่อการตั้งตัวแทนของจำเลยไม่ได้ทำ เป็นหนังสือจึงไม่เป็นผลให้ใช้บังคับแก่ อ. และโจทก์ได้ว่าจำเลยเป็นผู้เช่าตามสัญญาเช่าดังกล่าวโจทก์จึงมีสิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยออกไปจากตึกแถวของโจทก์ได้ เมื่อข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามคำฟ้อง คำให้การและที่คู่ความแถลงรับกันเพียงพอที่จะวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นข้อใดหรือทั้งคดีโดยไม่ต้องฟังข้อเท็จจริงอื่นอีกแล้วศาลก็มีอำนาจที่จะสั่งงดสืบพยานได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.104 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.798 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.806

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารออจากที่ดินและตึกแถวที่เช่าพร้อมทั้งให้ชำระค่าเสียหายเดือนละ ๒๕,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า นายรังสรรค์ตัวแทนของจำเลยได้ทำสัญญาเช่าและจดทะเบียนการเช่าตึกแถวดังกล่าวกับหลวงอาจอัคคีการแทนจำเลย หลวงอาจอัคคีการทราบและยินยอม หากโจทก์เป็นเจ้าของตึกแถวจริง ก็ยังไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยเพราะยังไม่ครบกำหนดตามสัญญา แม้นายรังสรรค์ตายไปแล้วสัญญาเช่าก็ไม่สิ้นสุดขอให้ยกฟ้อง ก่อนเริ่มสืบพยาน คู่ความแถลงรับกันว่า เดิมห้องเลขที่ ๒๖ ตามฟ้องเป็นของหลวงอาจอัคคีการ หลวงอาจอัคคีการในฐานะผู้ให้เช่ากับนายรังสรรค์ในฐานะผู้เช่าได้ทำหนังสือสัญญาเช่า และจดทะเบียนการเช่าตึกแถวห้องนี้ตามเอกสารหมาย จ.๑ กันไว้ ต่อมาโจทก์ได้รับมรดกที่ดินพร้อมตึกแถวห้องนี้บัดนี้นายรังสรรค์ผู้เช่าถึงแก่ความตายแล้ว จำเลยยังคงอยู่ในห้องพิพาท ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีวินิจฉัยได้แล้ว จึงงดสืบพยานโจทก์ จำเลยและพิพากษาขับไล่จำเลยออกจากตึกแถว จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๔ หลวงอาจอัคคีการในฐานะผู้ให้เช่าได้ทำหนังสือสัญญาเช่าและจดทะเบียนการเช่าตึกแถวเลขที่ ๒๖ ตามฟ้องกับนายรังสรรค์ในฐานะผู้เช่ามีกำหนด ๑๓ ปี ๘ เดือน ตามเอกสารหมาย จ.๑ ขณะนี้ยังไม่ครบกำหนดระยะเวลาเช่านายรังสรรค์ถึงแก่ความตายแล้วและหลวงอาจอัคคีการถึงแก่ความตายแล้วด้วยที่ดินและตึกแถวตามฟ้องตกเป็นมรดกแก่โจทก์ การตั้งนายรังสรรค์เป็นตัวแทนของจำเลยมิได้ทำเป็นหนังสือ ก่อนฟ้องโจทก์ได้บอกกล่าวเลิกการเช่าแก่จำเลยแล้วมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การตั้งนายรังสรรค์เป็นตัวแทนของจำเลยทำสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.๑ ไม่ต้องทำเป็นหนังสือ เพราะเป็นกรณีจำเลยเป็นตัวการไม่เปิดเผยชื่อ กลับแสดงตนให้ปรากฏและเข้ารับเอาสัญญาที่นายรังสรรค์ตัวแทนได้ทำไว้แทนจำเลยหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามคำให้การและฎีกาของจำเลยได้กล่าวยืนยันว่า ในการเช่าตึกแถวได้ให้นายรังสรรค์เป็นตัวแทนของจำเลยเข้าทำสัญญาเช่ากับหลวงอาจอัคคีการ ซึ่งหลวงอาจอัคคีการก็ทราบเรื่องนี้ดีและยินยอมให้นายรังสรรค์เข้าทำสัญญาเช่าในฐานะตัวแทนของจำเลย เป็นการยืนยืนว่าในขณะที่นายรังสรรค์ทำสัญญาเช่ากับหลวงอาจอัคคีการผู้ให้เช่า จำเลยได้แสดงออกให้หลวงอาจอัคคีการผู้ให้เช่าทราบว่านายรังสรรค์เป็นตัวแทนของจำเลย กรณีนี้จึงเป็นเรื่องที่จำเลยได้เปิดเผยให้บุคคลภายนอกทราบแล้วว่าเป็นตัวการตั้งให้นายรังสรรค์ทำสัญญาเช่าแทนจำเลยจะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๐๖ มาปรับบทหาได้ไม่ การที่จำเลยตั้งนายรังสรรค์เป็นตัวแทนกระทำกิจการที่ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การตั้งตัวแทนของจำเลยจึงต้องทำเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๙๘ วรรคแรกเมื่อการตั้งนายรังสรรค์เป็นตัวแทนของจำเลยไม่ได้ทำเป็นหนังสือ จึงไม่เป็นผลให้ใช้บังคับแก่หลวงอาจอัคคีการผู้ใหเช่าและโจทก์ได้ว่าจำเลยเป็นผู้เช่าตามสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.๑ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยออกไปจากตึกแถวเลขที่ ๒๖ ของโจทก์ได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้นปัญหาวินิจฉัยต่อไปมีว่า ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามคำฟ้องคำให้การและที่คู่ความแถลงรับกันเพียงพอที่จะวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นข้อใดหรือทั้งคดีโดยไม่ต้องฟังข้อเท็จจริงอื่นอีกแล้ว ศาลก็มีอำนาจที่จะสั่งงดสืบพยานต่อไปได้และคดีนี้ข้อเท็จจริงตามคำฟ้อง คำให้การ และที่โจทก์จำเลยแถลงรับข้อเท็จจริงกันพอที่จะนำมาวินิจฉัยชี้ขาดคดีได้แล้ว ไม่ต้องสืบพยานเพื่อฟังข้อเท็จจริงอื่นต่อไป พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3179/2528 นางศรีสุภา สุวรรณมาลัย โจทก์ นายเล็ก แซ่ลี้ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางศรีสุภา สุวรรณมาลัย · จำเลย - นายเล็ก แซ่ลี้
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อภินย์ ปุษปาคม · สำเนียง ด้วงมหาสอน · พิชัย วุฒิจำนงค์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเดชา สุวรรณโณ · ศาลอุทธรณ์ - นายโกมล อิศรางกูร ณ อยุธยา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 13107/2556ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 681/2506ฎีกา 4359/2540ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1452/2511ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 6/2475ฎีกา 710/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6911/2544ฎีกา 62/2539ฎีกา 6039/2537ฎีกา 5351/2538ฎีกา 247/2529ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 158/2509ฎีกา 1002/2509ฎีกา 1130/2544ฎีกา 2224/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา