⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3322/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3322/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อสัญญาเลิกกันเพราะเหตุที่ผู้รับจ้างทำงานไม่สำเร็จตามที่ตกลง ผู้ว่าจ้างมีหน้าที่ต้องใช้ค่าแห่งงานที่ทำแล้วให้แก่ผู้รับจ้างตามสมควร แม้สัญญาจะระบุให้ผู้รับจ้างคืนเงินทั้งหมดก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ได้ว่าจ้างจำเลยเจาะบ่อน้ำบาดาล โดยมีข้อสัญญาว่าถ้าผู้รับจ้าง (จำเลย) ทำการเจาะบ่อไม่ได้ปริมาณน้ำถึง 50 แกลลอน ต่อหนึ่งนาทีสัญญานี้เป็นอันยกเลิก ผู้รับจ้างจะคืนเงิน (ค่าจ้าง) ที่รับมาทั้งหมด จำเลยได้เจาะบ่อน้ำบาดาลตามสัญญาให้โจทก์แล้ว แต่ไม่ได้ปริมาณน้ำตามสัญญา ดังนั้นสัญญาจึงเลิกกันตามเงื่อนไขข้างต้น โจทก์จำเลยกลับคืนไปสู่ฐานะดั่งที่เป็นอยู่เดิมตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 เมื่อจำเลยทำงานให้ตามที่โจทก์จ้างไปแล้วแต่ได้น้ำไม่ครบปริมาณตามสัญญา โจทก์จึงต้องใช้เงินค่าแห่งงานที่จำเลยได้กระทำไปให้จำเลย แม้ในสัญญาจะระบุว่าจำเลยจะต้องคืนเงินที่รับไปจากโจทก์ทั้งหมด ก็หาได้หมายถึงว่าโจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องใช้ค่าแห่งงานให้จำเลยไม่ ซึ่งค่าแห่งงานนี้ศาลมีอำนาจกำหนดให้ตามสมควร โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาเจาะบ่อน้ำบาดาล ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินมัดจำและเงินทดรองที่เบิกไปแล้วพร้อมทั้งค่าปรับแก่โจทก์ จำเลยให้การปฏิเสธความรับผิดและฟ้องแย้งเรียกค่าจ้างที่ค้างชำระตามสัญญาดังกล่าวจากโจทก์ ดังนี้ เมื่อปรากฏว่า จำเลยได้เจาะบ่อน้ำบาดาลให้โจทก์แล้วแต่ไม่ได้ปริมาณน้ำตามสัญญาทำให้สัญญาเลิกกัน ศาลย่อมจักให้โจทก์ใช้ค่าแห่งงานที่ทำแล้วนั้นแก่จำเลยได้ ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอของจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.391 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.587

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาจ้างจำเลยเจาะบ่อบาดาลขนาด ๖ นิ้ว ให้โจทก์ในราคา ๖๕,๐๐๐ บาท โจทก์วางมัดจำให้จำเลยในวันทำสัญญา ๑๐,๐๐๐ บาทจำเลยต้องเจาะบ่อน้ำให้ได้ปริมาณน้ำ ๕๐ แกลลอนต่อนาที หากไม่ได้ปริมาณดังกล่าวจำเลยจะต้องคืนเงินที่รับไปจากโจทก์ทั้งหมด เมื่อจำเลยเริ่มลงมือทำงานได้รับค่าจ้างล่วงหน้าไปอีก ๒๒,๒๒๐ บาท ต่อมาจำเลยผิดสัญญาไม่สามารถเจาะบ่อให้ได้ปริมาณน้ำ ๕๐ แกลลอนต่อนาที และทำงานไม่แล้วเสร็จภายในกำหนด ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินจำนวน ๓๒,๒๒๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยและเบี้ยปรับวันละ ๕๐๐ บาท จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา ขอให้บังคับโจทก์ชำระเงินค่าจ้างที่ค้างอยู่ ๓๕,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ให้บังคับตามฟ้องแย้ง ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยขุดเจาะน้ำบาดาลให้โจทก์แล้ว แต่มีน้ำไม่ได้ปริมาณตามสัญญา สัญญาเป็นอันยกเลิกกันตามเงื่อนไขในสัญญาข้อ ๘ คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจึงกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม ส่วนการงานที่ได้กระทำไปแล้วและการที่จะชดใช้คืนให้ทำได้ด้วยใช้เงินตามควรค่าแห่งการนั้น ตามนัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๓๙๑ ซึ่งคดีนี้จำเลยจะต้องคืนเงินที่รับไปให้โจทก์ ๓๐,๐๐๐ บาท แต่โจทก์ก็ต้องชดใช้ค่าแห่งการงานที่จำเลยทำไป คือ ค่าอุปกรณ์ประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท ค่ากรวดเห็นควรกำหนดให้โจทก์ชดใช้ ๑๐,๐๐๐ บาท รวม ๓๐,๐๐๐ บาท หักกลบลบกับที่จำเลยต้องคืนให้โจทก์จึงหมดกันพอดี ไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นอื่นอีกพิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องโจทก์และยกฟ้องแย้งจำเลย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ไม่ต้องใช้ค่าแห่งการงานแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๙๑ เพราะโจทก์ไม่สามารถที่จะใช้ประโยชน์จากงานที่จำเลยทำ จำเลยจึงต้องคืนเงินให้โจทก์นั้น ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่า จำเลยรับเงินค่าเจาะบ่อน้ำบาดาลไปจากโจทก์ ๓๐,๐๐๐ บาท แต่ได้ปริมาณน้ำไม่ถึง ๕๐ แกลลอนต่อนาที จึงผิดเงื่อนไขในสัญญา เอกสารหมาย จ.๑ ข้อ ๘ ที่ว่าถ้าผู้รับจ้างทำการเจาะบ่อไม่ได้ปริมาณน้ำถึง ๕๐ แกลลอนต่อนาที สัญญานี้เป็นอันยกเลิก ผู้รับจ้างจะคืนเงินที่รับมาทั้งหมด ได้ความว่า จำเลยได้เจาะบ่อน้ำบาดาลตามสัญญาให้โจทก์แล้ว แต่ไม่ได้ปริมาณน้ำตามสัญญา ดังนั้นสัญญาจึงเลิกกันตามเงื่อนไขในข้อ ๘ โจทก์จำเลยกลับคืนไปสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๙๑ เมื่อจำเลยทำงานให้ตามที่โจทก์จ้างไปแล้วแต่ได้น้ำไม่ครบปริมาณตามสัญญา อันหมายความว่ามีน้ำให้โจทก์ใช้ประโยชน์ได้อยู่โดยถ้าได้น้ำตามสัญญา กรณีผิดสัญญาก็จะไม่เกิดขึ้น โจทก์ต้องใช้ค่าจ้างตามสัญญาให้จำเลยอยู่แล้ว ดังนั้นกรณีนี้โจทก์จึงต้องใช้เงินค่าแห่งงานที่จำเลยได้กระทำไปตามมาตรา ๓๙๑ ดังกล่าวให้จำเลย แม้สัญญาข้อ ๘ จะระบุให้จำเลยต้องคืนเงินที่รับไปจากโจทก์ทั้งหมด ก็หาได้หมายถึงว่าโจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องใช้ค่าแห่งงานให้จำเลยไม่ ซึ่งค่าแห่งงานนี้ ศาลมีอำนาจกำหนดให้ตามสมควรได้ และที่ศาลอุทธรณ์กำหนดมานั้นเหมาะสมแล้ว จำเลยไม่ต้องใช้เงินคืนให้โจทก์ และการที่ศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ใช้ค่าแห่งงานก็โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๓๙๑ ดังกล่าวประกอบด้วยมาตรา ๑๔๒, ๒๔๖ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง หาได้พิพากษาเกินคำขอของจำเลยดังฎีกาของโจทก์ไม่ โดยเฉพาะคดีนี้จำเลยให้การปฏิเสธความรับผิดและฟ้องแย้งมาด้วย ดังนี้จึงไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3322/2528 นายไสว อนันตเมฆ โจทก์ นายประกอบ สัญญาทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายไสว อนันตเมฆ · จำเลย - นายประกอบ สัญญาทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต นราลัย · เสนอ ศรนิยม · พจน์ บุญเลี้ยง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสระบุรี - นายโนรี จันทร์ทร · ศาลอุทธรณ์ - นายสมชัย ศิริบุตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3099/2524ฎีกา 4873/2528ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 158/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 3827/2542ฎีกา 759/2519ฎีกา 1250/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา