⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3396/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3396/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ความเห็นของผู้ชำนาญการพิเศษที่ทำการตรวจตามหลักวิชาการแพทย์และแจ้งผลเป็นหนังสือ ย่อมรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ แม้ศาลจะไม่ได้สั่งให้ผู้ชำนาญการพิเศษเบิกความประกอบหนังสือก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

การรับฟังความเห็นของผู้ชำนาญการพิเศษตามที่ทางโรงพยาบาลได้ทำการ เจาะเลือดผู้เสียหาย จำเลยและทารก เพื่อตรวจหากลุ่มเลือดแล้ว และระบุผลออกมา เมื่อผู้ตรวจคือผู้ชำนาญในการนี้และทำการตรวจถูกต้องตามหลักวิชาแพทย์แล้ว มีการทำความเห็นแจ้งผลการตรวจมาและมีพนักงานสอบสวนเบิกความรับรองเอกสารย่อมเป็นหลักฐานเพียงพอให้รับฟังได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 243 แล้ว ส่วน วรรคสองของมาตรา 243 ที่ว่าศาลจะให้ผู้ชำนาญการพิเศษทำความเห็น เป็นหนังสือก็ได้แต่ต้องให้มาเบิกความประกอบหนังสือด้วยนั้น บทบัญญัติดังกล่าวให้อำนาจศาลใช้ดุลพินิจที่จะทำหรือไม่ก็ได้ มิใช่เป็นบทบังคับเด็ดขาด เมื่อศาลมิได้สั่งให้ทำความเห็นเป็นหนังสือ ก็ย่อมไม่ต้องห้ามมิให้รับฟังความเห็นดังกล่าว เมื่อจำเลยกับผู้เสียหายมีเลือดกลุ่ม บี. ผู้เสียหายคลอดทารก มีเลือดกลุ่ม เอ. ดังนี้ ทารกมิได้เกิดจากจำเลยกับผู้เสียหายจำเลยก็มิได้เป็นผู้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและให้การในชั้นสอบสวนว่าได้ใช้อวัยวะเพศถูไถอวัยวะเพศของผู้เสียหาย 2 ครั้งก็ตาม แต่เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธชั้นศาล คำให้การดังกล่าว เป็นเพียงพยานบอกเล่า โดยลำพังหามีน้ำหนักให้รับฟังว่าจำเลยกระทำผิดไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.243 ประมวลกฎหมายอาญา ม.276 ประมวลกฎหมายอาญา ม.277

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๒๔ ถึงวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๒๔ เวลากลางวัน จำเลยใช้กำลังกายปลุกปล้ำข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงบังอรศรีอายุ ๑๒ ปีเศษ จนสำเร็จความใคร่ของจำเลยหลายครั้ง เหตุเกิดที่ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖, ๒๗๗ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๗ จำเลยให้การปฏิเสธ นายดาวบิดาผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๗ อันเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำผิดและเป็นคุณแก่จำเลย คำรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา ๗๘ จำคุก ๓ ปี ๔ เดือน คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าจากการตรวจหากลุ่มเลือด จำเลยกับผู้เสียหายมีเลือดในกลุ่ม บี. ตามหลักวิชาแพทย์ทารกที่เกิดจะมีเลือดในกลุ่ม เอ.ไม่ได้ ดังนั้นทารกจึงไม่ได้เกิดจากจำเลยและย่อมฟังไม่ได้ว่าจำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย เห็นว่าในเรื่องกลุ่มเลือด โจทก์มีนายแพทย์ธเนศ เบิกความว่า หากบิดาและมารดามีเลือดกลุ่ม บี. ทั้งคู่ ทารกที่ออกมาจะไม่มีโอกาสมีเลือดกลุ่ม เอ.ได้ ทั้งว่าเท่าที่เคยตรวจมา ยังไม่เคยพบว่ากรณีเช่นนี้มีโอกาสทำให้กลุ่มเลือดเปลี่ยนไปได้ พยานได้ตรวจหากลุ่มเลือดของผู้เสียหายคดีนี้ด้วย แต่จำรายละเอียดไม่ได้ ถือได้ว่าพยานปากนี้เป็นผู้ชำนาญการพิเศษในทางการแพทย์ เบิกความตามหลักวิชาแพทย์และที่เคยปฏิบัติมา มีประโยชน์ในการวินิจฉัยคดี และผลการตรวจกลุ่มเลือดตามเอกสารหมาย จ.๒ และ จ.๓ ที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรสาครแจ้งมาก็มีร้อยตำรวจโทสมศักดิ์เบิกความรับรอง ย่อมเป็นการเพียงพอในการรับฟังแล้ว ส่วนที่เกี่ยวกับการรับฟังความเห็นของผู้ชำนาญการพิเศษตามเอกสารหมาย จ.๒และ จ.๓ มีใจความว่า ทางโรงพยาบาลได้ทำการเจาะเลือดผู้เสียหาย จำเลยและทารกเพื่อตรวจหากลุ่มเลือดแล้ว และได้ระบุผลออกมา ฟังได้ว่าผู้ตรวจคือผู้ชำนาญในการนี้และทำการตรวจถูกต้องตามหลักวิชาแพทย์แล้วมีการทำความเห็นแจ้งผลการตรวจมา ย่อมเป็นหลักฐานเพียงพอให้รับฟังได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๔๓ แล้ว ส่วนวรรคสองของมาตรานี้ที่ว่าศาลจะให้ผู้ชำนาญการพิเศษทำความเห็นเป็นหนังสือก็ได้แต่ต้องให้มาเบิกความประกอบหนังสือด้วยนั้น เป็นบทบัญญัติให้อำนาจศาลใช้ดุลพินิจที่จะทำหรือไม่ก็ได้ หาใช่เป็นบทบังคับเด็ดขาดอันเป็นผลห้ามมิให้รับฟังความเห็นดังกล่าวไม่ เมื่อคดีนี้นายแพทย์ธเนศเบิกความว่า ถ้าบิดามารดามีเลือดเป็นกลุ่ม บี. ด้วยกันตรงกับผู้เสียหายและจำเลยทารกที่เกิดมาจะไม่มีโอกาสมีเลือดเป็นกลุ่ม เอ.ดังทารกรายนี้ได้ จึงฟังว่าทารกมิได้เกิดจากจำเลยกับผู้เสียหาย คือจำเลยมิได้เป็นผู้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายดังโจทก์ฟ้องนั่นเอง แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและให้การในชั้นสอบสวนว่าได้ใช้อวัยวะเพศถูไถอวัยวะเพศของผู้เสียหาย ๒ ครั้งก็ตาม แต่เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธชั้นศาล คำให้การดังกล่าวเป็นเพียงพยานบอกเล่า โดยลำพังหามีน้ำหนักให้รับฟังว่าจำเลยกระทำผิดดังโจทก์ฟ้องไม่ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3396/2528 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาคร โจทก์ นายดาว ชะงัก โจทก์ร่วม นายจี๊ด ชาวไร่อ้อย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาคร · โจทก์ร่วม - นายดาว ชะงัก · จำเลย - นายจี๊ด ชาวไร่อ้อย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต นราลัย · เสนอ ศรนิยม · พจน์ ปุษปาคม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายมานะ ศุภวิริยกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายพนม พ่วงภิญโญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 233/2552ฎีกา 98/2537ฎีกา 729/2489ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 4180/2548ฎีกา 19406/2555ฎีกา 913/2538ฎีกา 884/2497ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 2470/2515ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา