⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3808/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3808/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- ไม้ที่ผ่านการแปรรูปจนมีลักษณะเป็นเครื่องใช้หรือสิ่งประดิษฐ์สำเร็จรูป ไม่ถือเป็นไม้แปรรูปหวงห้ามตามกฎหมาย - การลงโทษจำเลยต้องเป็นไปตามกฎหมายที่ใช้บังคับขณะกระทำผิด และต้องไม่เกินอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดไว้

ย่อคำพิพากษา

เสาไม้ของกลางเป็นไม้ที่มีการตกแต่ง ขัดมัน ทาแล็กเกอร์อย่างปราณีต มุ่งจะเอาไปใช้เป็นของโชว์เพื่อความสวยงามในห้องรับแขกตามประเพณีนิยมของชาวญี่ปุ่นหากจะนำไม้ของกลางไปแปรสภาพเป็นอย่างอื่น จะไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายที่เสียไป ถือได้ว่าไม้ของกลางเป็นเครื่องใช้หรือสิ่งประดิษฐ์สำเร็จรูป มิใช่อยู่ในลักษณะอำพรางว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ เมื่อจำเลยได้รับอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งสิ่งประดิษฐ์ ์เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดในบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้าม การมีไม้ของกลางไว้ในครอบครอง จึงไม่มีความผิดฐานมีไม้แปรรูปหวงห้ามไว้ในครอบครอง และจำเลยสามารถนำส่งออกนอกราชอาณาจักรได้โดยไม่เป็นการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรขาออก การที่จำเลยสำแดงใบขนส่งสินค้าขาออกว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ จึงไม่เป็นการสำแดงเท็จ แม้จำเลยจะสำแดงรายการและชนิดของไม้ไม่ถูกต้อง ก็ไม่ใช้ข้อสำคัญ เพราะจำเลยไม่ต้องเสียภาษีอากรขาออกสำหรับไม้ดังกล่าวอยู่แล้ว จำเลยกระทำความผิดก่อนที่กฎหมายซึ่งให้แก้ไขอัตราโทษให้สูงขึ้น จะมีผลบังคับใช้ กฎหมายฉบับนี้จึงเป็นกฎหมายที่ใช้ภายหลังการกระทำผิดและมิได้เป็นคุณแก่จำเลยทั้งสอง จะนำมาปรับบทลงโทษจำเลยหาได้ไม่ และที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษปรับจำเลยที่1 ก็เกินอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดไว้จึงเป็นการมิชอบ ปัญหาดังกล่าวนี้เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความจะมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นฎีกาศาลฎีกา ก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายอาญา ม.3 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2522 ม.8 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.48 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.51 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.58 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.27 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.99

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคล ได้รับใบอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรและใบอนุญาตค้าซึ่งสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้าม มีจำเลยที่ ๒ เป็นกรรมการ จำเลยทั้งสองร่วมกันนำสิ่งประดิษฐ์ซึ่งทำด้วยไม้หวงห้าม เคลื่อนที่จากสถานการค้าไปยังสถานีรถไฟ โดยจำเลยไม่ทำหนังสือกำกับสิ่งประดิษฐ์ดังกล่าว จำเลยทั้งสองร่วมกันมีไม้หวงหามประเภท ก.ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และจำเลยทั้งสองร่วมกันยื่นใบขนสินค้าขาออก โดยสำแดงชนิดของของว่า เสาไม้จำนวน ๓๐๖ ท่อน เป็นของที่ได้รับการยกเว้นอากรและไม่ใช่ของต้องห้ามต้องจำกัด ซึ่งเป็นความเท็จ เพราะเสาไม้ดังกล่าวจะต้องเสียอากรขาออกตามกฎหมาย เป็นการสำแดงเท็จ เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียอากรขาออกโดยมีเจตนาจะฉ้อค่าภาษีรัฐบาลฯ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔๘, ๕๑, ๕๘, ๕๓ ทวิ, ๗๒, ๗๓ ทวิ พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗, ๙๙ ริบของกลาง จ่ายสินบนนำจับและเงินรางวัลแก่ผู้แจ้งความนำจับตามกฎหมาย และขอให้นับโทษต่อ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานนำสิ่งประดิษฐ์ที่ทำด้วยไม้หวงห้ามเคลื่อนที่ออกจากโรงงานโดยไม่มีหนังสือกำกับสิ่งประดิษฐ์ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๕๓, ๗๘ ทวิ จำเลยที่ ๑ ให้ลงโทษปรับ ๓๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ ให้จำคุก ๖ เดือนและปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท กับมีความผิดฐานมีไม้แปรรูปหวงห้ามไว้ในความครอบครองตามพระราชบัญญัติป่าไม้ ฯ มาตรา ๔๘, ๕๑, ๗๒ ทวิ จำเลยที่ ๑ ให้ลงโทษปรับ ๓๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ จำคุก ๖ เดือนและปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท มีผิดฐานสำแดงรายการในใบขนสินค้าขาออกเป็นความเท็จ และส่งไม้ที่ยังมิได้เสียภาษีออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งเป็นการพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีศุลกากรตามพระราชบัญญัติศุลกากร ฯ มาตรา ๒๗, ๙๙ ปรับจำเลยทั้งสองคนละ ๙๙๓,๑๙๕.๖๖ บาท ให้ปรับจำเลยทั้งสองเป็นเงิน ๑,๙๘๖,๓๙๑.๓๒ บาท หรือปรับคนละ ๙๙๓,๑๙๕.๖๖บาท รวมโทษปรับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๑,๐๕๓,๑๙๕.๖๖ บาท จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด๑ ปี และปรับ ๑,๐๓๓,๑๙๕.๖๖ บาท โทษจำคุกสำหรับจำเลยที่ ๒ ให้รอไว้ ๒ ปี ริบไม้ของกลางและให้จ่ายสินบนแก่ผู้นำจับตามกฎหมาย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ไม้ของกลางเป็นสิ่งประดิษฐ์สำเร็จรูปจำเลยมีไว้ในครอบครองไม่เป็นความผิดฐานมีไม้แปรรูปหวงห้ามไว้ในครอบครองและสามารถส่งออกนอกราชอาณาจักรได้โดยไม่เป็นการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรขาออกและไม่เป็นความผิดฐานสำแดงเท็จ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานนำสิ่งประดิษฐ์ซึ่งทำด้วยไม้หวงห้ามเคลื่อนที่จากโรงงานของจำเลยโดยไม่มีหนังสือกำกับสิ่งประดิษฐ์ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๕๘, ๗๓ ทวิ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๒๓, ๒๗ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๘ ปรับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๖ เดือนและปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี คำขออื่นให้ยก ของกลางให้คืนจำเลยที่ ๑ โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ไม้ของกลางเป็นเสาไม้สี่เหลี่ยมด้านเท่า ส่วนหัวและท้ายเสายังเป็นสี่เหลี่ยมทุกด้าน ตรงกลางแกะสลักเป็นลวดลายมีลักษณะเป็นปุ่ม ๆ เล็กบ้างใหญ่บ้าง เซาะร่องกดไปกดมาตามความยาวของเสา แล้วทาแลกเกอร์ขัดมันด้านที่อยู่ตรงกันข้ามกับด้านที่แกะสลักมีการเซาะร่องตรงกึ่งกลางตลอดความยาวของเสาและทาแลกเกอร์ด้าน ส่วนไม้ของกลางอีกพวกหนึ่งเป็นเสาสี่เหลี่ยมด้านเท่ามีการลบเหลี่ยมลงไปเล็กน้อย ทุกด้านไสกบไว้เรียบไม่มีการแกะสลัก ทาแลกเกอร์มันไว้ ๓ ด้าน อีกด้านหนึ่งทาแลกเกอร์ด้าน แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ไม้ของกลางในคดีนี้ทั้งหมดเป็นไม้ที่มีการตกแต่งขัดมัน ทาแลกเกอร์อย่างประณีต หาใช่ไม้ที่ไสอย่างหยาบ ๆ หรือทาน้ำมันพอเป็นพิธีและเป็นไม้ที่มีขนาดไล่เลี่ยกัน ซึ่งจัดทำขึ้นตามความต้องการของลูกค้าในประเทศญี่ปุ่นที่มุ่งจะเอาไปใช้เป็นของโชว์เพื่อความสวยงามในห้องรับแขกหากจะมีการนำไม้ของกลางชนิดนี้ไปแปรสภาพไปใช้ในกิจการอย่างอื่น ย่อมจะไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายที่เสียไป ฉะนั้นจึงถือได้ว่าไม้ของกลางเป็นเครื่องใช้หรือสิ่งประดิษฐ์สำเร็จรูป หาใช่อยู่ในลักษณะอำพรางว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ การที่จำเลยได้รับอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองซึ่งสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้ หรือสิ่งอื่นใดในบรรดาที่ทำด้วยไม้หวงห้าม การมีไม้ดังกล่าวไว้ในครอบครองจึงไม่มีความผิดฐานมีไม้แปรรูปหวงห้ามไว้ในครอบครองและจำเลยสามารถนำส่งออกนอกราชอาณาจักรได้โดยไม่เป็นการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรขาออก การที่จำเลยสำแดงใบขนสินค้าขาออกว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์จึงไม่เป็นการสำแดงเท็จ แม้จำเลยสำแดงรายการชนิดของไม้ไม่ถูกต้อง ก็ไม่ใช่ข้อสำคัญ เพราะถึงอย่างไร จำเลยก็ไม่ต้องเสียภาษีอากรขาออกอยู่ดี การกระทำของจำเลยจึงไม่มีความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยทั้งสอง ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๘ มาตามคำขอของโจทก์นั้น ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองได้กระทำความผิดคดีนี้เมื่อระหว่างวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๐ ถึงวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๒๐ เวลากลางวัน อันเป็นวันเวลาก่อนที่กฎหมายฉบับนี้จะมีผลใช้บังคับ ซึ่งตามมาตรา ๗๓ ทวิ ก่อนที่จะมีการแก้ไข มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท ส่วนพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๘ ได้มีการแก้ไขอัตราโทษให้สูงขึ้น เป็นโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงห้าหมื่นบาท กฎหมายดังกล่าวจึงเป็นกฎหมายที่ใช้ภายหลังการกระทำความผิด และมิได้เป็นคุณแก่จำเลยทั้งสองจะนำมาปรับบทลงโทษจำเลยทั้งสองหาได้ไม่ และปรากฏว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ลงโทษปรับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท จึงเป็นการเกินอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดไว้ และปัญหาดังกล่าวนี้เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขเสียให้ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๕๘, ๗๓ ทวิ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๒๓, ๒๗ ให้ปรับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๖ เดือน และปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท โทษจำคุกสำหรับจำเลยที่ ๒ ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3808/2528 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ บริษัทไม้เอราวัณ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - บริษัทไม้เอราวัณ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระ ทรัพยไพศาล · สุชาติ จิวะชาติ · ยรรยง อิทธิพงษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสมศักดิ์ จูสวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิทวัส อยู่วัฒนา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 125/2532ฎีกา 6575/2551ฎีกา 6229/2539ฎีกา 1342/2546ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 531/2510ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 8297/2540ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 1797/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา