คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3886/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างเพราะลูกจ้างบกพร่องต่อหน้าที่และทำให้บริษัทเสียหาย ถือเป็นการเลิกจ้างที่มีเหตุอันสมควรตามกฎหมาย แม้ว่าการบกพร่องนั้นจะไม่ได้เกิดจากการทุจริตโดยตรงก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
จำเลยให้การว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์กับพวกร่วมกันทุจริตลักรถยนต์ของจำเลย โดยมอบกุญแจรถยนต์และชุดโอนทะเบียนให้ บุคคลอื่นไปโดยมิได้ทำหนังสือรับรถยนต์ไว้ จงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหายแล้วยังให้การต่อไปด้วยว่า โจทก์กระทำการฝ่าฝืนต่อข้อบังคับคำสั่งและระเบียบการทำงานของจำเลยอย่างร้ายแรงด้วย ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกับข้อเท็จจริงในตอนต้นว่า โจทก์มิได้ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับหรือคำสั่งในการจำหน่ายและส่งมอบรถยนต์ให้แก่บุคคลอื่นนั่นเอง ซึ่งตามข้อเท็จจริงนั้นจำเลยเลิกจ้างโจทก์ก็เพราะ โจทก์กระทำการดังกล่าวแต่ประการเดียว หามีเหตุการณ์อื่นที่จำเลยอาศัยเป็นเหตุแห่งการเลิกจ้างไม่ การที่จำเลยใช้ถ้อยคำในคำสั่งเลิกจ้างว่าโจทก์บกพร่องต่อหน้าที่และทำให้จำเลยได้รับความเสียหายนั้น ก็เกิดจากการกระทำของโจทก์ดังกล่าว การกระทำที่เป็นการบกพร่องนั้นอาจเกิดจากการกระทำโดยเจตนาที่จะฝ่าฝืนระเบียบ ข้อบังคับหรือคำสั่ง ของจำเลยหรือไม่ก็ได้ และย่อมหมายถึงไม่ปฏิบัติหน้าที่ให้เต็มตามหน้าที่ที่ตนพึงต้องปฏิบัติโดยมีเจตนาทุจริตหรือไม่ก็ได้เช่นเดียวกัน สาเหตุแห่งการเลิกจ้างโจทก์จึงเป็นสาเหตุอันเดียวกันกับที่จำเลยได้ให้การต่อสู้คดีแล้วนั่นเอง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 ม.46 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 ม.47 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.37 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยได้รับค่าจ้างเดือนละ ๓,๐๐๐ บาท เมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๒๗ จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์มิได้กระทำผิดและไม่บอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมาย และจำเลยยังค้างค่าจ้างให้โจทก์อีก ๒,๕๐๐ บาท ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย ๙,๐๐๐ บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ๓,๐๐๐ บาท และค่าจ้างค่าจ่าย ๒,๕๐๐ บาทแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์กับพวกร่วมกันทุจริตและจงใจทำให้จำเลยเสียหายโดยร่วมกันลักรถยนต์โตโยต้าคันหมายเลขเครื่องยนต์ ๔ เค - ๖๒๘๑๙๓๘ ไปจากจำเลย โดยมิได้ทำหนังสือรับรถยนต์ไว้แก่จำเลย พร้อมทั้งได้มอบชุดโอนทะเบียนรถยนต์และกุญแจรถยนต์ให้แก่บุคคลอื่นไป ซึ่งจำเลยมิได้รู้เห็นและไม่ได้ขายรถยนต์คันดังกล่าวให้แก่บุคคลใด การกระทำของโจทก์กับพวกถือได้ว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่ และเป็นความผิดอาญาโดยเจตนาแก่จำเลย จงใจทำให้จำเลยเสียหาย ทั้งฝ่าฝืนข้อบังคับ คำสั่งและระเบียบการทำงานของจำเลยอย่างร้ายแรง จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้ทันทีโดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้า โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าชดเชย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ข้อนำสืบของจำเลยที่อ้างว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่และจงใจทำให้นายจ้างเสียหาย เป็นเรื่องที่จำเลยยกข้ออ้างขึ้นใหม่ ไม่ใช่สาเหตุของการเลิกจ้างซึ่งจำเลยถือเป็นเหตุเลิกจ้างตามคำสั่งของจำเลย จึงรับฟังไม่ได้ว่าโจทก์กระทำผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่และจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย พิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินตามฟ้องให้โจทก์
จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า นอกจากจำเลยให้การต่อสู้คดีว่าโจทก์กระทำการทุจริตต่อหน้าที่และเป็นการกระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่จำเลยและจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย จำเลยยังให้การต่อสู้ต่อไปด้วยว่า โจทก์กระทำการฝ่าฝืนต่อข้อบังคับ คำสั่งและระเบียบการทำงานของจำเลยอย่างร้ายแรงด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับข้อเท็จจริงของคำให้การของจำเลยในตอนต้นนั้นที่ว่า โจทก์มิได้ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับหรือคำสั่งในการจำหน่ายและส่งมอบรถยนต์ให้แก่บุคคลอื่นนั่นเอง ซึ่งตามข้อเท็จจริงนั้นจำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ก็เนื่องจากโจทก์กระทำการดังกล่าวแต่เพียงประการเดียว หาได้มีเหตุการณ์อื่นใดนอกจากการกระทำของโจทก์ข้อนี้ที่จำเลยได้อาศัยเป็นเหตุแห่งการเลิกจ้างไม่ การที่จำเลยใช้ถ้อยคำในคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ว่าโจทก์บกพร่องต่อหน้าที่และทำให้จำเลยได้รับความเสียหายนั้น ก็เกิดจากการกระทำของโจทก์รายเดียวกันกับกรณีพิพาทในคดีนี้ กาารกระทำที่เป็นการบกพร่องนั้นอาจเกิดจากการกระทำโดยเจตนาที่จะฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับหรือคำสั่งของจำเลยหรือไม่ก็ได้ และย่อมหมายความถึงไม่ปฏิบัติหน้าที่ให้เต็มตามหน้าที่ที่ตนพึงต้องปฏิบัติโดยมีเจตนาทุจริตหรือไม่ก็ได้เช่นเดียวกัน สาเหตุแห่งการเลิกจ้างโจทก์จึงเป็นสาเหตุอันเดียวกันกับที่จำเลยได้ให้การต่อสู้คดีแล้วนั่นเอง
พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษาตามประเด็นต่อไป.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3886/2528
นางสาวกรรณิการ์ จึงยิ่งสมบูรณ์ดี โจทก์
บริษัทตั้งฮั่วซิงกรุงเทพ จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวกรรณิการ์ จึงยิ่งสมบูรณ์ดี · จำเลย - บริษัทตั้งฮั่วซิงกรุงเทพ จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มาโนช เพียรสนอง · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · จุนท์ จันทรวงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา