⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4194/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4194/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดที่กฎหมายบัญญัติไว้หลายบทและเป็นการกระทำอันเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามกฎหมายบทที่หนักที่สุดเพียงบทเดียว

ย่อคำพิพากษา

จำเลยใช้กำลังประทุษร้ายฉุดผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารแล้วจำเลยได้กระทำอนาจารแก่ผู้เสียหายในขณะเดียวกัน ทั้งนี้ก็โดยมีเจตนาอันแท้จริงเพียงอย่างเดียวคือจะกระทำอนาจารผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทคือประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278, 284 ต้องลงโทษตามมาตรา 284 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดแม้โจทก์จะแยกบรรยายการกระทำความผิดดังกล่าวของจำเลยมาในฟ้องเป็นข้อ ก.และข้อ ค. เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันและจำเลยให้การรับสารภาพศาลจะลงโทษจำเลยหลายกรรมเป็นกระทงความผิดไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.278 ประมวลกฎหมายอาญา ม.284

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกรรมต่างกัน คือ (ก) ได้ร่วมกันใช้อาวุธปืนขู่เข็ญและใช้กำลังประทุษร้ายฉุดพานางสาวละมัยผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารโดยผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่อาจขัดขืนได้ (ข) ได้ใช้อาวุธปืนขู่เข็ยและใช้กำลังประทุษร้ายฉุดพรากนางสาวละมัยผู้เยาว์ไปเสียจากบิดาผู้ปกครอง เพื่อการอนาจาร (ค) ได้ใช้อาวุธปืนขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย และกระทำอนาจารผู้เสียหายโดยผู้เสียหายอยู่ในถาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และเป็นการกระทำต่อหน้าธารกำนัล ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๘, ๒๘๑, ๒๘๔, ๓๑๘, ๙๑ จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๘, ๒๘๔, ๓๑๘ แต่ความผิดตามมาตรา ๒๗๘ กับมาตรา ๒๘๔ เป็นกรรมเดียวกันผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๔ ซึ่งเป็นบทหนักและมาตรา ๓๑๘ โจทก์อุทธรณ์ว่าความผิดตามมาตรา ๒๗๘ กับมาตรา ๒๘๔ เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยใช้กำลังประทุษร้ายฉุดผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารแล้วจำเลยได้กระทำอนาจารแก่ผู้เสียหายในขณะเดียวกัน ทั้งนี้ก็โดยมีเจตนาอันแท้จริงเพียงอย่างเดียวคือเพื่อจะกระทำอนาจารผู้เสียหาย การกระทำความผิดของจำเลยในส่วนนี้จึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษตามมาตรา ๒๘๔ ซึ่งเป็นบทที่หนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ แม้โจทก์จะแยกบรรยายการกระทำความผิดดังกล่าวของจำเลยมาในฟ้องเป็นข้อ ก. และข้อ ค. เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายหลายหรรมต่างกัน และจำเลยให้การรับสารภาพก็ตาม ศาลจะลงโทษจำเลยหลายกรรมเป็นกระทงความผิดไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4194/2528 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสวรรคโลก โจทก์ นายธนู นุ่มเหล็ก กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสวรรคโลก · จำเลย - นายธนู นุ่มเหล็ก กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัย วุฒิจำนงค์ · อำนวย อินทุภูติ · อภินย์ ปุษปาคม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสวรรคโลก - นายธราธร ศิลปโอสถ · ศาลอุทธรณ์ - นายประมาณ ชันซื่อ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554ฎีกา 3864/2546ฎีกา 2664/2520ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 9083/2544ฎีกา 15230/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา