คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4451/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ต้องแสดงให้เห็นชัดแจ้งว่าหากให้พิจารณาใหม่แล้ว ศาลอาจมีคำพิพากษาเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ มิฉะนั้น ศาลจะไม่รับพิจารณา
ย่อคำพิพากษา
คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ที่กล่าวว่า จำเลยมีพยานหลักฐานมาแสดงต่อศาลได้ว่าโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลย และจำเลยมีสิทธิที่จะอยู่ในตึกพิพาทที่โจทก์ฟ้องขับไล่ได้ต่อไปหากศาลจะให้โอกาสจำเลยนำพยานหลักฐานเข้าสืบได้นั้น เป็นเพียงการชี้แจงข้อเท็จจริงให้ศาลทราบ มิใช่ข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลชั้นต้น เพราะมิได้โต้แย้งว่าคำสั่งศาลชั้นต้นไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบประการใด เพราะเหตุใด และเป็นการกล่าวอ้างลอยๆ ไม่มีเหตุผลหรือหลักฐานอ้างอิงสนับสนุนให้เห็นได้ชัดแจ้งว่า หากให้มีการพิจารณาใหม่แล้ว ศาลอาจพิจารณาให้ผิดแผกแตกต่างไปจากที่ได้พิจารณาไปแล้ว ซึ่งจะเป็นผลให้จำเลยชนะคดีได้ คำร้องขอของจำเลยจึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 วรรคท้าย ที่จะให้มีการพิจารณาคดีใหม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกแถวของโจทก์จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยกับบริวารออกไปจากตึกแถวของโจทก์
จำเลยยื่นคำร้องขอว่า จำเลยป่วยเป็นโรคเบาหวานไปรักษาตัวที่กรุงเทพมหานครจึงไม่ทราบว่าถูกฟ้องและมิได้ให้การและมาศาลในวันพิจารณา จำเลยไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษา โดยมีข้อโต้แย้งที่จะนำสืบพิสูจน์ให้ศาลประจักษ์ว่า โจทก์ไม่สามารถฟ้องร้องเป็นคดีนี้ได้ และจำเลยมีสิทธิที่จะอาศัยอยู่ในบ้านพิพาทต่อไป ขอให้ไต่สวนแล้วอนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การและให้พิจารณาคดีใหม่
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำร้องขอที่กล่าวว่า จำเลยมีพยานหลักฐานมาแสดงต่อศาลได้ว่า โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลย และจำเลยมีสิทธิที่จะอยู่ในตึกพิพาทได้ต่อไปหากศาลจะให้โอกาสจำเลยนำพยานหลักฐานเข้าสืบได้นั้น เป็นเพียงการชี้แจงข้อเท็จจริงให้ศาลทราบ มิใช่ข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลชั้นต้น เพราะมิได้โต้แย้งว่าคำสั่งศาลชั้นต้นไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบประการใด เพราะเหตุใด และเป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ ไม่มีเหตุผลหรือหลักฐานอ้างอิงสนับสนุนให้เห็นได้ชัดแจ้งว่าหากให้มีการพิจารณาใหม่แล้ว ศาลอาจพิจารณาให้ผิดแผกแตกต่างไปจากที่ได้พิจารณาไปแล้ว ซึ่งจะเป็นผลให้จำเลยชนะคดีได้ คำร้องขอดังกล่าวจึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 วรรคท้ายที่จะให้มีการพิจารณาคดีใหม่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4451/2528
กระทรวงการคลัง โจทก์
นายชัยสิทธิ์ ศิริพรรณพร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กระทรวงการคลัง · จำเลย - นายชัยสิทธิ์ ศิริพรรณพร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประการ กาญจนศูนย์ · กิติ บูรพรรณ์ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา