⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 48/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 48/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามทางพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องในข้อสาระสำคัญ ลงโทษจำเลยตามกฎหมายที่ฟ้องไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องว่าจำเลยกับพวกทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ทางพิจารณาได้ความว่าผู้เสียหายถูกทำร้ายเพราะมีการชุลมุนต่อสู้กันระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป ถือว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามทางพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องในข้อสาระสำคัญ ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 299 ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.297 ประมวลกฎหมายอาญา ม.299

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกทำร้ายร่างกายผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗, ๘๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยได้เข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสโดยการกระทำในการชุลมุนต่อสู้นั้น พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๙, ๘๓ ให้จำคุก จำเลยอุทธรณ์ว่า ไม่ได้เข้าร่วมชุลมุนต่อสู้กันดังศาลชั้นต้นวินิจฉัยและว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวในฟ้อง ลงโทษจำเลยไม่ได้ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกทำร้ายร่างกายผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส มิได้บรรยายว่าวิวาทต่อสู้กัน ทางพิจารณาได้ความว่าเข้าชุลมุนต่อสู้กันระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในทางพิจารณาจึงแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่โจทก์กล่าวในฟ้อง อันเป็นข้อแตกต่างในข้อสาระสำคัญและจำเลยหลงต่อสู้ โดยจำเลยนำสืบอ้างฐานที่อยู่ จึงจะลงโทษตามข้อเท็จจริงนั้นหาได้ไม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามข้อฎีกาของโจทก์ว่า การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีกคนหนึ่งร่วมกันทำร้ายผู้เสียหายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗, ๘๓เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าผู้เสียหายถูกทำร้ายเพราะมีการชุลมุนต่อสู้กันระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปโดยมีจำเลยร่วมอยู่ในที่ชุลมุนด้วย จะลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๙, ๘๓ ตามทางพิจารณาที่ได้ความได้หรือไม่เห็นว่าสาระสำคัญในการกระทำผิดที่พิจารณาได้ความคือการชุลมุนต่อสู้กันระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป แต่ตามฟ้องไม่มีข้อความตอนใดบรรยายถึงข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญของความผิดฐานเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปอันเป็นเหตุให้บุคคลได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งจะมีผลให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๙ ได้ ต้องถือว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามทางพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องในข้อสาระสำคัญ จึงลงโทษจำเลยตามทางพิจารณาที่ได้ความไม่ได้ เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 48/2528 พนักงานอัยการจังหวัดหนองคาย โจทก์ นายพิชัย หรือตึ๋ง มหาศิริพันธ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดหนองคาย · จำเลย - นายพิชัย หรือตึ๋ง มหาศิริพันธ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · ยนต์ พิรวินิจ · สมประสงค์ พานิชอัตรา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหนองคาย - นายประจวบ กระจ่างทิม · ศาลอุทธรณ์ - นายชวลิต นราลัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 523/2483ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 1268/2515ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1148/2534ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา