คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5104/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยอ้างว่าไม่ทราบการนัดสืบพยานเพราะต้องออกไปทำธุรกิจนอกบ้านเป็นประจำ เป็นเพียงเหตุที่จำเลยขาดนัด ไม่ใช่ข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล จึงเป็นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่โดยอ้างเหตุแต่เพียงว่าจำเลยไม่ทราบถึงการนัดสืบพยานโจทก์ของศาลเลยเนื่องจากจำเลยต้องออกไปทำธุรกิจนอกบ้านเป็นประจำ มาทราบว่าศาลมีคำพิพากษาเมื่อได้รับคำบังคับของศาลแล้วเท่านั้น ดังนี้ เป็นการกล่าวแต่เพียงเหตุที่ตนได้ขาดนัด ไม่มีข้อความตอนใดที่กล่าวถึงข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลชั้นต้น จึงเป็นคำร้องขอที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 วรรคสอง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ เป็นเจ้าของรถบรรทุกหมายเลขทะเบียน ๘๐ - ๑๕๘๔ อุบลราชธานี จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างขับรถคันดังกล่าวในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ โดยประมาท ชนรถจักรยานยนต์ที่โจทก์ขับพลิกคว่ำ โจทก์ได้รับบาดเจ็บถึงทุพพลภาพ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียว แล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้พิพากษาคดีใหม่
ศาลขั้นต้นยกคำร้อง
จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ ๒ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า คำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่มีข้อความว่าจำเลยที่ ๒ ไม่เคยได้รับหมายนัดสืบพยานโจทก์ของศาลชั้นต้นย่อมแสดงให้เห็นว่าการสืบพยานโจทก์ที่ได้กระทำไปไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณาจึงเป็นการคัดค้านการดำเนินกระบวนพิจารณาและคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้ว นั้นเห็นว่า คำร้องของจำเลยที่ ๒ อ้างเหตุแต่เพียงว่า จำเลยที่ ๒ ไม่ทราบถึงการนัดสืบพยานโจทก์ของศาลเลย เนื่องจากจำเลยต้องออกไปทำธุรกิจนอกบ้านเป็นประจำมาทราบว่าศาลได้มีคำพิพากษาคดีนี้ต่อเมื่อได้รับคำบังคับของศาลแล้วเท่านั้นจึงเป็นการกล่าวแต่เพียงเหตุที่ตนได้ขาดนัด ไม่มีข้อความตอนใดที่กล่าวว่าการสืบพยานของศาลชั้นต้นไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณาแต่อย่างใด จำเลยที่ ๒ เพิ่งยกความข้อนี้ขึ้นอ้างอิงในชั้นอุทธรณ์ฎีกา ถือไม่ได้ว่าคำร้องของจำเลยที่ ๒ได้กล่าวถึงข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลชั้นต้น จึงเป็นคำร้องขอที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๘ วรรคสองฎีกาจำเลยที่ ๒ ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ให้จำเลยที่ ๒ ใช้ค่าหมายความชั้นฎีกาแทนโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5104/2528
นายเหลือง แซ่ห่วง หรือเหลืองฮวง โจทก์
นายประหยัด อาริภู กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเหลือง แซ่ห่วง หรือเหลืองฮวง · จำเลย - นายประหยัด อาริภู กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประการ กาญจนศูนย์ · กิติ บูรพรรณ์ · ประพันธ์ ผลฉาย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายธาดา ศาสตรสาธิต · ศาลอุทธรณ์ - นายพิชิต พรหมพิทักษ์กุล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา