คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 526/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นคำร้องขอถอนฟ้องโดยทนายความผู้มีอำนาจตามใบแต่งทนายความ ถือเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ชอบด้วยกฎหมาย แม้จะไม่มีใบมอบฉันทะจากตัวความโดยตรงก็ตาม หากจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วและไม่มีข้อคัดค้าน
ย่อคำพิพากษา
การยื่นคำร้องเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างหนึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1(7) ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ซึ่งจะต้องกระทำโดยคู่ความในคดี บุคคลอื่นที่มิใช่คู่ความในคดีจะกระทำแทนได้ก็เฉพาะแต่กรณีที่มีใบมอบฉันทะจากตัวความหรือทนายความเท่านั้นและคำร้องขอถอนฟ้องของโจทก์ไม่ปรากฏว่ามีการมอบฉันทะให้ผู้อื่นนำมายื่นแทนโจทก์แต่อย่างใด แต่เมื่อคำร้องขอถอนฟ้องมีลายมือชื่อของทนายโจทก์ซึ่งมีอำนาจถอนฟ้องได้ตามใบแต่งทนายความและไม่ปรากฏว่าคำร้องนั้นได้ยื่นเข้ามาโดยบุคคลผู้ไม่มีอำนาจทั้งจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วโดยไม่มีข้อคัดค้าน การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง และมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีจึงเป็นการชอบด้วยกระบวนพิจารณาแล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
กรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งให้ประทับฟ้อง ต่อมาวันที่ 5 กันยายน 2526 โจทก์ยื่นคำร้องว่า โจทก์ได้รับชำระหนี้จากจำเลยแล้ว ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีแก่จำเลยอีก ขอถอนฟ้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า สำเนาให้จำเลย จำเลยไม่ค้าน อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำหน่ายคดี
วันที่ 6 กันยายน 2526 โจทก์ยื่นคำร้องว่า เสมียนทนายโจทก์ได้นำคำร้องขอถอนฟ้องฉบับลงวันที่ 5 กันยายน 2526 มายื่นต่อศาลโดยจำเลยยังไม่ได้นำเงินตามเช็คไปชำระ จึงขอถอนคำร้องขอถอนฟ้องดังกล่าวเสีย
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องและสั่งจำหน่ายคดีไปถูกต้องแล้ว จึงไม่อนุญาตให้โจทก์ถอนคำร้อง ยกคำร้อง
โจทก์อุทธรณ์ขอให้ไต่สวนคำร้องและอนุญาตให้โจทก์ถอนคำร้องขอถอนฟ้องได้
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า การยื่นคำร้องขอถอนฟ้องฉบับลงวันที่ 5 กันยายน 2526 เป็นการยื่นคำร้องที่มิชอบเนื่องจากโจทก์ยังไม่มีเจตนาจะยื่นเพราะโจทก์ยังมิได้รับชำระหนี้ตามเช็คและเสมียนทนายโจทก์เป็นผู้ยื่นโดยไม่ได้รับมอบฉันทะจากโจทก์หรือทนายโจทก์ศาลชอบที่จะไต่สวนเสียก่อนหากได้ความดังกล่าวก็ควรอนุญาตให้โจทก์ถอนคำร้องขอถอนฟ้องได้นั้น การยื่นคำร้องเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1(7)ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ซึ่งจะต้องกระทำโดยคู่ความในคดี บุคคลอื่นที่มิใช่คู่ความในคดีจะกระทำแทนได้ก็เฉพาะแต่ในกรณีที่มีใบมอบฉันทะจากตัวคู่ความหรือทนายความเท่านั้นคำร้องขอถอนฟ้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ 5 กันยายน 2526 นั้น ไม่ปรากฏว่ามีการมอบฉันทะให้ผู้อื่นนำมายื่นแทนโจทก์หรือทนายโจทก์แต่อย่างใดเจ้าพนักงานศาลก็มิได้รายงานต่อศาลชั้นต้นว่าคำร้องดังกล่าวได้ยื่นเข้ามาโดยบุคคลผู้ไม่มีอำนาจอีกทั้งในคำร้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ 6 กันยายน2526 นั้นเองโจทก์ก็หาได้ยกความข้อนี้ขึ้นอ้างไว้ไม่ โจทก์เพิ่งจะยกขึ้นอ้างในคำแถลงคัดค้านภายหลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องฉบับนี้แล้วเท่านั้น ข้ออ้างของโจทก์ที่ว่าเสมียนทนายโจทก์เป็นผู้นำคำร้องดังกล่าวมายื่นโดยพลการจึงฟังไม่ขึ้น เมื่อคำร้องขอถอนฟ้องของโจทก์มีลายมือชื่อของทนายโจทก์ซึ่งมีอำนาจถอนฟ้องได้ตามใบแต่งทนายความลงไว้ถูกต้องทั้งปรากฏว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องดังกล่าวแล้วโดยไม่มีข้อคัดค้านเช่นนี้การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องและมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีจึงเป็นการชอบด้วยกระบวนพิจารณาแล้ว ส่วนข้อที่โจทก์อ้างว่ายังไม่ได้รับชำระหนี้จากจำเลยนั้นแม้จะเป็นความจริงก็ย่อมไม่มีผลกระทบถึงการถอนฟ้องของโจทก์ซึ่งได้กระทำไปแล้วโดยชอบ กรณีไม่มีเหตุที่จะต้องไต่สวนคำร้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ 6 กันยายน 2526
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 526/2528
นายสมเกียรติ ศรีอุทารวงศ์ โจทก์
นายประสาท สมจิตต์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสมเกียรติ ศรีอุทารวงศ์ · จำเลย - นายประสาท สมจิตต์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมศักดิ์ เกิดลาภผล · อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา