คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 54/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำอนาจารที่เกิดขึ้นก่อนการข่มขืนกระทำชำเรา ถือเป็นความผิดกรรมเดียวกับการข่มขืนกระทำชำเรา เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดฐานกระทำอนาจารแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราย่อมระงับไป
ย่อคำพิพากษา
ความผิดฐานกระทำอนาจาร เช่น จับต้องของสงวนก่อนข่มขืนกระทำชำเราก็เป็นความผิดกรรมเดียวกับความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา ดังนั้น เมื่อศาลพิพากษาลงโทษจำเลยในข้อหากระทำอนาจาร คดีถึงที่สุดแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องจำเลยในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราย่อมระงับไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๖, ๒๘๑, ๘๓
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๖ วรรคสอง
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องคดีนี้ว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันข่มขืนกระทำชำเรานางสาวสมนึกผู้เสียหายโดยใช้กำลังประทุษร้ายและใช้อาวุธปืนขู่เข็ญจนผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ แล้วผลัดเปลี่ยนกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ปรากฏว่าอัยการศาลทหารกรุงเทพ (อัยการจังหวัดสระบุรี) เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองในคดีนี้ ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๔๓๕/๒๕๒๓ ของศาลทหารกรุงเทพ (ศาลจังหวัดสระบุรี) โดยได้บรรยายฟ้องไว้และศาลทหารกรุงเทพ (ศาลจังหวัดสระบุรี) รับฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า ในวันเวลาเดียวกันกับวันเวลาที่เกิดเหตุคดีนี้ และสถานที่เกิดเหตุที่เดียวกัน จำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำอนาจารแก่ผู้เสียหายกับพวก โดยใช้กำลังประทุบร้ายและขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย จนผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ โดยจำเลยทั้งสองกับพวกช่วยกันฉุดดึงผู้เสียหายขึ้นไปบนบ้านพักครู แล้วจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันกอดปล้ำกระทำอนาจารจับนมและของลับเพื่อจะกระทำชำเราต่อไป ศาลทหารดังกล่าวพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองฐานกระทำอนาจารแก่ผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๘ คดีถึงที่สุดแล้ว ข้อหากระทำอนาจารตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๔๓๕/๒๕๒๓ ของศาลทหารกรุงเทพ (ศาลจังหวัดสระบุรี) จึงเกิดขึ้นต่อเนื่องกับข้อหาข่มขืนกระทำชำเราในคดีนี้ กล่าวคือ เมื่อจำเลยทั้งสองฉุดดึงผู้เสียหายขึ้นไปบนบ้านพักครูและร่วมกันกอดปล้ำจับนมกระทำอนาจารต่อผู้เสียหายตามที่โจทก์ฟ้องในคดีศาลทหารดังกล่าว แล้วก็ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายที่บ้านพักครูในระยะเวลาติดต่อกันตามที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ เห็นว่าความผิดฐานกระทำอนาจาร เช่นจับต้องของสงวนก่อนข่มขืนกระทำชำเราก็เป็นความผิดกรรมเดียวกับความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา การกระทำอนาจารและการข่มขืนกระทำชำเราของจำเลยที่กระทำต่อผู้เสียหายจึงเป็นความผิดกรรมเดียวกัน เมื่อศาลทหารกรุงเทพ (ศาลจังหวัดสระบุรี) พิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองในข้อหากระทำอนาจาร คดีถึงที่สุดแล้ว สิทธินำคดีนี้มาฟ้องย่อมระงับไปตามมาตรา ๓๙ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 54/2528
พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี โจทก์
นายอารี อินทรเอก กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี · จำเลย - นายอารี อินทรเอก กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดำริ ศุภพิโรจน์ · อำนวย อินทุภูติ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสระบุรี - นายโนรี จันทร์ทร · ศาลอุทธรณ์ - นายสมชัย ศิริบุตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา