คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1200/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดกฎหมายอาญาหลายบทโดยการกระทำอันเดียว ให้ลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด.
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยขับรถโดยอาการน่าหวาดเสียวและโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่นเป็นเหตุให้รถชนผู้อื่นบาดเจ็บบาดเจ็บสาหัสและตาย อันเป็นความผิดตามพ.ร.บ.จราจรทางบกมาตรา(43)4และ(8)กับเป็นความผิดตามป.อ.มาตรา291,300และ390ด้วยนั้นถือว่าเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขับรถยนต์บรรทุกโดยประมาท โดยอาการอันน่าหวาดเสียวและโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่นเป็นเหตุให้รถของจำเลยชนถูกรถยนต์โดยสารเล็ก ทำให้ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ บาดเจ็บสาหัส และถึงแก่ความตายหลายคน ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300 และ 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43, 157 และ 162 และขอให้เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ของจำเลย
จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300, 390 ให้ลงโทษบทหนักตามมาตรา291, 90 จำคุก 6 ปี กระทงหนึ่ง กับผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกมาตรา 43, 157 ปรับ 600 บาท อีกกระทงหนึ่ง จำเลยรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ของจำเลยด้วย
จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษ และยกคำขอให้เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าเป็นความผิดกรรมเดียวกันทั้งหมด ให้ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 90 เพียงบทเดียว นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลาายกรรมต่างกัน
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาโจทก์ว่า การกระทำตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4) และ (8)กับการกระทำตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300, 390 เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทหรือเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่จำเลยขับรถโดยอาการน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน และขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4) และ (8) ย่อมเป็นการกระทำโดยปราศจากความระมัดระวัง หรือมิได้ใช้ความระมัดระวังให้เพียงพอ และการกระทำในลักษณะดังกล่าวก็เป็นองค์ประกอบของการกระทำโดยประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300, 390 ด้วย ดังนั้นเมื่อจำเลยได้กระทำผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4) และ(8) จึงเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำโดยประมาทตามประมวลกฎหมายอาญาอยู่ในตัว การกระทำดังกล่าวของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลาบบทต้องลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา90 ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยและพิพากษาคดีมาชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน."
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1200/2529
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นาย สุชาญ สังข์ทอง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาย สุชาญ สังข์ทอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล |
| แหล่งที่มา | สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ